อาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 11 ท่าน
ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" ของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

 
:: วาทะนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น  :
 
ศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์
Prof. Yongyuth Yuthavong
B.Sc. (Hons. London), D.Phil. (Oxford)
1984 Outstanding Scientist Award (Biochemistry)
 
"ความสำเร็จมาทีหลัง ความผิดหวังมาก่อน"
ผมได้รับความสำเร็จดีทีเดียวจากความพยายาม ผมทึ่งในเคมีของสิ่งมีชีวิตมาก และเลือกที่จะสอนและทำวิจัยทางชีวเคมี
ความพยายามที่จะหาความรู้ความเข้าใจใหม่ทางด้านนี้ มาเองตามธรรมชาติ และผมรู้สึกย่อท้อบ้าง แม้เมื่อการทดลอง
ล้มเหลว ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆแต่เมื่อการทดลองได้รับความสำเร็จเป็นครั้งคราวนั้น ความเหนื่อยยากย่อท้อที่มาจากความล้มเหลว
ในเบื้องต้นก็อันตรธานไปหมดสิ้น ความตระหนักว่า นี่เป็นความรู้ใหม่ และเราเป็นคนแรกที่ค้นพบ เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม
ที่สุดที่มนุษย์พึงมีได้
 
เมื่อผมได้มาใช้ชีวิตเป็นนักวิจัยเต็มตัว ผมได้เข้าใจว่า งานของผมนั้นเป็นความพยายามที่จะประสบความล้มเหลวเป็นส่วนมาก นานๆครั้งจึงจะ
ประสบความสำเร็จสักที ทั้งนี้ เพราะงานวิจัยเป็นงานในแดนสนธยาของความรู้ ส่วนใหญ่จะพลาดและล้มเหลว เพราะยังไม่รู้ แต่ในความพลาดและล้มเหลว
นั้นเอง มีเชื้อของความสำเร็จอยู่ด้วย เพราะได้เรียนรู้ว่าทำไมจึงพลาด ทำไมจึงล้มเหลว และทำอย่างไรจึงอาจไม่พลาดและล้มเหลว ถ้าจะใช้ภาษาเชิงพาณิชย์
ก็คือ นักวิจัยที่ดีเป็นผู้ที่เรียนรู้ที่จะแปลงหนี้สินแห่งความล้มเหลว เป็นทุนสู่ความสำเร็จนั่นเอง มีบางครั้ง ความล้มเหลวกลับนำไปสู่ความสำเร็จที่ดียิ่งกว่า
ที่เดิมคาดไว้เสียอีก ตัวอย่างเช่น จากการค้นคว้าด้านกลไกการทำงานของยามาลาเรีย ผมต้องผิดหวังต่อผลการทดลองที่ไม่เป็นดังคาด ต่อเมื่อได้ติดตามเรื่อง
ต่อไป จึงได้ค้นพบกลไกการดื้อยาแบบใหม่ ที่เดิมไม่ได้คาดคิด ความพยายามสร้างระบบสนับสนุนการวิจัย และสถาบันวิจัยของไทยก็เช่นเดียวกัน ในช่วงต้น
มีความยากลำบากมาก แต่ในที่สุด ก็สามารถช่วยกันชี้แจงให้รัฐบาลเห็นความสำคัญ จนมีการก่อตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และหน่วยงานอื่นที่ประกอบกันเป็นระบบสนับสนุนและดำเนินการวิจัยในระดับชาติได้ ดังในปัจจุบัน
 
ผมได้พบว่า การที่ไม่ย่อท้อเมื่อล้มเหลวนั้น สามารถนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด ในงานนอกห้องแล็บก็เช่นกัน ต้องเรียนรู้เมื่อมีความผิดพลาด
เพื่อไม่ให้ทำความผิดซ้ำซาก และต้องหาแนวทางใหม่ๆ มิฉะนั้นแล้ว การมุ่งพยายามแต่อย่างเดียว อาจกลับเป็นการเอา "หัวชนกำแพง" ได้
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. สกล พันธุ์ยิ้ม
Prof. Sakol Panyim
B.Sc. (Berkeley), D.Phil. (Iowa)
1985 Outstanding Scientist Award (Biochemistry)
 
การเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดี ต้องถามหาแรงกระตุ้น ต้องมี passion กับมัน อะไรที่เราอยากทำ อยากรู้ เมื่อมีแล้วมันจะดึง
เราไปสู่สิ่งที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม passion หรือสิ่งที่เราชอบ จะดึงเรากระโจนผ่านปัญหาไปได้หมด
 
การเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมว่ามันทำให้ใจเรามีความสุข เพราะความสุขอยู่ที่ว่าเราได้ค้นพบอะไร รู้อะไร เข้าใจอะไรที่อยู่
รอบตัวเราหมดไม่ใช่เข้าใจทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียว เพราะว่าวิทยาศาสตร์นั้นเรียนใช้เหตุผลก็จริง แต่มันช่วยให้เราเข้าใจ
อะไรที่อยู่รอบตัวเราหมด เมื่อผมเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไมเกิดขึ้นอย่างนี้ เมื่อตอบข้อสงสัยได้
ผมก็มีความสุข ผมพอใจ
   
วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่สวยงามมาก ไม่ต้องคิดว่าเราต้องไปค้นพบอะไรสำคัญ แต่ให้ทำงานในสิ่งที่เราอยากรู้อยากเห็น ทำแล้วเรามีความสุข เป็นโอกาส
ของพวกนี้ถ้าเราอยากรู้อยากเห็น มันจะมาเอง โดยที่เราไม่ต้องคิดว่ามันจะต้องมา ตรงนั้นสำคัญ อยากฝากนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ว่า ขอให้ทำงานด้าน
วิทยาศาสตร์ตามใจรัก ถ้าไม่รักอย่ามาทำเลย ขอให้ทำเรื่องที่เรามีใจรัก ผลสุดท้ายก็คือ เราจะได้เข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริงที่คนอื่นอาจไม่เข้าใจเหมือนเรา
แล้วเราจะเข้าใจอะไรรอบตัวเราได้หมด สำหรับผม ผมคิดว่าผมเข้าใจ ผลสุดท้ายผมก็คิดว่ามีความสุขได้ และเป็นความสุขที่ใกล้เคียงกับกับความสุข
แบบธรรมชาติมากที่สุด
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์
Prof. Yodhathai Thebtaranonth
B.Sc. (Medical Sciences), Ph.D. (Sheffield)
1986 Outstanding Scientist Award (Chemistry)
 
คงไม่จำเป็นที่จะบอกให้คนรุ่นน้อง และเด็กรุ่นหลัง เห็นถึงความจำเป็นของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัย รวมไปถึง
การขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เพราะคงได้ยินได้อ่านกันมามากแล้วทางหนังสือต่างๆ และจากผู้ที่รับผิดชอบ
ทางด้านนี้ นอกจากอยากให้เด็กรุ่นหลังได้มาใช้ชีวิตในห้องวิจัยของผมจริงๆ แล้วจะได้รู้ซึ้งว่าการวิจัยนั้นสนุกแค่ไหน ..
 
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการทำวิจัยนั้น อธิบายเป็นคำพูดยากเหลือเกิน แต่ถ้าแยกเป็นข้อๆ คงจะเป็นดังนี้
- ความรู้สึกที่เป็น "นาย" ของตัวเองโดยสมบูรณ์ ไม่มีใครมาบอกหรือสั่งให้ทำอะไร เมื่อตัดสินใจทำวิจัยในโครงการใดก็ตาม
  ผู้วิจัยและคณะจะช่วยกันคิดและตัดสินใจด้วยตัวเองตลอด ไม่มีงานชนิดไหนที่มีอิสระเช่นนี้หรอก
 
- ความรู้สึกที่ได้พบสิ่งใหม่และได้ความรู้ใหม่ทุกๆ วัน ถึงแม้ว่าการทดลองจะได้ผลไม่เป็นไปตามที่เราคาดคิด นั่นก็เป็นความรู้ใหม ่ในระหว่างที่ทำการวิจัย
  จะไม่มีวันไหนเหมือนวันที่แล้วมาเป็นอันขาด จะไม่มีวันที่น่าเบื่อจำเจเพราะได้ทำของใหม่อยู่ทุกๆวัน
 
- ความรู้สึกที่ได้ทำประโยชน์ให้สังคม ความรู้ใหม่ที่ได้หลังการทำวิจัยประสบผลสำเร็จเป็นประโยชน์แก่สังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม ประโยชน์ทางตรง
  ก็คือ การนำเอาผลวิจัยไปพัฒนาเป็นเทคโนโลยีออกดอกผลให้สังคมได้รับผลเห็นทันตา แต่ประโยชน์ทางอ้อม ซึ่งคนทั่วไปมองไม่เห็นหรือพยายามไม่มอง
  เพราะมันไม่ได้ "อะไร" ออกมาเป็นรูปธรรมในทันทีทันใด ก็คือคุณภาพของคนไทย คนไทยที่มีความรู้ ความสามารถ รู้จักอ่าน คิด และขยันทำ คนไทยที่มี
  คุณภาพที่พร้อมจะถ่ายคุณภาพนั้นให้กับคนไทยรุ่นหลังต่อไป ..
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. สถิตย์ สิริสิงห
Prof. Stitaya Sirisinha
B.S.(Hons.,Jacksonville State), Ph.D. (Rochester)
1988 Outstanding Scientist Award (Microbiology)
 
นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ หรือนักศึกษาที่กำลังจะเลือกวิทยาศาสตร์เป็นวิชาชีพ หากมีความสนใจที่จะทำงานอย่างจริงจัง ไม่ว่า
จะมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้พัฒนาความรู้พื้นฐานในสาขานั้นๆ หรือเพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาของ
สังคมไทยก็ตาม มีโอกาสดีกว่าผู้เขียนที่ต้องเริ่มต้นทำการวิจัยในประเทศไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว เนื่องจากว่าบรรยากาศต่างๆ
รวมไปถึงเงินทุนสนับสนุนการวิจัย เครื่องมือสมัยใหม่ที่มีขีดความสามารถสูงหรือแม้กระทั่งการใช้ไฮเทคในการค้นหาข้อมูล
ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ดังนั้น ความพยายามและเวลาที่เคยต้องเสียไป เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างใน
สมัยก่อน จึงมีน้อยมาก และนักวิจัยสามารถที่จะทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างให้กับงานวิจัยจริงๆ ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น หากเราเป็นคนที่มี
ความตั้งใจแน่วแน่ มีความสนใจ และสุขใจอยู่กับการวิจัยเราสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้โดยไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลย ..
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. วิสุทธิ์ ใบไม้
Prof. Visut Baimai
B.Sc.(Hons. ), Ph.D.(Queensland)
1990 Outstanding Scientist Award (Biology-Genetics)
 
เราต้องยอมรับว่าโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในทุกระดับทุกคนตระหนักดีว่าการแข่งขัน
ที่อยู่บนพื้นฐานที่มั่นคงจะทำให้การพัฒนาเป็นไปถูกทาง ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาอยู่บ้างในระยะเริ่มต้นเพื่อการวางฐานรากที่
แข็งแกร่งและหยั่งลึก แต่เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนสำคัญนั้นแล้วทุกอย่างก็จะพัฒนาไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว และยั่งยืนเฉกเช่นการ
สร้างฐานรากที่มั่นคงของอาคารหรือเคหะสถานที่มีความแข็งแรงและสวยงามตามความต้องการบนฐานคิดเดียวกันนี้เรา
จำเป็นต้องสร้างนักวิจัยพื้นฐานที่มีจิตวิญญาณและยึดมั่นในวิชาชีพนักวิชาการ ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ประเทศไทยมีฐานทรัพยากรด้านความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย โดยเฉพาะทรัพยากร
พันธุกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยซึ่งมีศักยภาพที่จะนำมาพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมอาหาร ผลิตผลทางการเกษตร และ
เภสัชภัณฑ์ หากฐานทรัพยากรดังกล่าวได้รับการศึกษาวิจัยขั้นพื้นฐานเพื่อให้ได้องค์ความรู้มีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ก็จะทำให้การใช้ประโยชน์และ
การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมและพอเพียง โดยไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
นี่คือภารกิจหลักของนักวิจัยพื้นฐานด้านชีววิทยาที่ประเทศชาติต้องการ…
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสร และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. อมเรศ ภูมิรัตน
Prof. Amaret Bhumiratana
B.Sc. (Hons., U.C. at Davis), Ph.D.(Michigan State)
1992 Outstanding Scientist Award (Biotechnology)
 
การดำเนินงานวิจัยใดๆ ก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้วิจัยจะต้องมีจุดหมายหรือมีความใฝ่ฝันที่จะต้องการให้เป็นจริง ความฝัน
อันแรกของนักวิจัยทุกคนควรจะเป็นความสามารถที่จะดำเนินงานวิจัยให้ผลงานวิจัยได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่ได้รับ
ความเชื่อถือ เพื่อนำผลงานวิจัยนั้นให้ก่อเป็นความรู้ที่มีคุณค่า ไม่ใช่เฉพาะแก่ผู้วิจัยเอง แต่ยังเป็นขั้นตอนที่ทำให้การพัฒนา
ความรู้ในระดับต่อไปเกิดขึ้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นจากผู้วิจัยเอง หรือจากผู้ร่วมงานและนักวิจัยคนอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ความฝันระดับต่อไปของนักวิจัยคือความสามารถที่จะประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย ซึ่งจำเป็นต้องมีสิ่งที่เอื้ออำนวยหลายอย่าง
อย่างแรกและอย่างที่สำคัญที่สุดคือ นักวิจัยต้องมีความมุ่งมั่น อุปสรรคต่างๆ มักจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในรูปของงบประมาณ
ไม่พอ ผู้ร่วมงานมีไม่มากพอ บรรยากาศในสถานที่นั้นๆ ไม่เอื้ออำนวย แต่อุปสรรคเหล่านี้จะหมดไปหรือลดน้อยลงไปมาก
หากผู้วิจัยนั้นๆ มีความตั้งใจจริงที่จะทำความใฝ่ฝันนั้นให้เป็นจริง ..
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ โศภน
Prof. Prasert Sobhon
B.Sc.(Western Australia), Ph.D. (Wisconsin)
1995 Outstanding Scientist Award (Cell Biology)
 
วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์พื้นฐาน คือศาสตร์ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้เพื่อให้เราเข้าใจและสามารถอธิบาย
ปรากฏการณ์ของธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่กำเนิดและองค์ประกอบของเอกภพ กำเนิดของสิ่งมีชีวิต วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
ตลอดจนความเป็นมนุษย์ของตัวเราเอง จินตภาพหลากหลายที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์
ธรรมชาติในด้านต่างๆ ได้ ซึ่งถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ในทุกบริบทก็เป็นภาพที่สวยงาม ที่ปรากฏในจิตใจ (mind) ของผู้ที่
เข้าใจและซาบซึ้งกับวิทยาศาสตร์ ไม่แพ้กับความสวยงามของภาพจิตกรรมชิ้นเอกที่วาดโดยจิตรกรที่เรืองนาม
"ความสวยงามของวิทยาศาสตร์ และความตื่นเต้นของการค้นพบ" เป็นแรงดึงดูดหลักที่ทำให้พวกเราหมกมุ่นอยู่กับงานวิจัย
วิทยาศาสตร์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยและท้อถอย นอกจากนั้นมันยังทำจิตใจของเรายังสดใจ และใฝ่รู้เหมือนเมื่อครั้งยังเป็น
เด็กๆ ทั้งที่ร่างกายก็คงเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา "วิทยาศาสตร์สอดคล้องกับศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธ" เพราะทำให้เรามีความเข้าใจธรรมชาติมี
ความเชื่อและมีความศรัทธาในธรรมชาติ ตลอดจนสามารถนำเอามาเป็นหลักเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต
 
ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่างานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ได้กระทำไปเพราะความใฝ่รู้ของนักวิทยาศาสตร์ มักจะทำให้เกิดเทคโนโลยี

หลักๆ ที่สำคัญๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มากกว่างานวิจัยที่ตั้งเป้าหมายเพื่อการเอาไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่แรก วิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์

ประยุกต์ที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออกและไม่ควรจะแยกออกจากกัน และควรจะได้รับการสนับสนุน เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้เพื่อกินผล
ต้องมีการทำนุบำรุงทั้งราก ลำต้น และใบเพื่อให้ได้รับผลที่ดีและมีคุณค่าต่อการบริโภค
 
การปลูกฝังความเข้าใจและความชอบวิทยาศาสตร์ในเยาวชนไทย นอกจากจะทำให้เขาสามารถคิดอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบตามหลักฐานที่ปรากฏและ
เหตุผลที่เชื่อถือได้แล้ว ย่อมเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ ไม่งมงายกับเรื่องไร้สาระ เคารพและกราบไหว้ธรรมชาติด้วยความกลัวและ
เชื่อถือในภาพลวงตา อย่างที่เป็นอยู่อย่างแพร่หลาย ณ ปัจจุบัน ถ้าหากประเทศไทยคาดหวังที่จะเป็น Knowledge-based economy ที่แท้จริง รัฐบาล
ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน และกล้าลงทุนในส่วนการให้การศึกษาวิทยาศาสตร์กับเยาวชน และการสร้างกับสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ถ้าเป็นไปได้
ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ น่าจะเป็นปริญญาใบแรกของเยาวชนส่วนใหญ่ ..
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. ประพนธ์ วิไลรัตน์
Prof. Prapon Wilairat
B.Sc.(Hons.,A.N.U.), Ph.D. (Oregon)
1997 Outstanding Scientist Award (Biochemistry)
 
On Becoming a Scientist
 
Are there any rules by which one can be successful as a science researcher ? Sad to say,
there is no such thing as the Scientific Method. However, a number of universal guidelines
can be recommended.
 
1. Work on something that is you find exciting or interesting. This will be an impetus
to get one to read the literature on the topic of interest so that ultimately one becomes an expert on the topic, at least
in one's department or even in the country.
 
2. Never do an experiment which you cannot predict an answer or answers. You may ask: if you know the
answer, why do the experiment? Experiments are conducted to obtain proofs of one's prediction. In other words,
scientific experiments are undertaken to obtain evidences that support one's idea or hypothesis. Experiments are
not exercises in data gathering; the data themselves must provide information which either is consistent with the
working hypothesis or contradicts it.
 
3. Never work in isolation. A corollary to this is that one should tell as many people as possible about one's work.
Science is a public activity but is also competitive. The sooner one learns if someone else is doing the same
experiment or receives advise on how to overcome a technical difficulty, the quicker one can publish the data.
 
4. Associate with people who are successful in science. Choosing the appropriate questions and designing
the proper sets of experiments require experience which can only be learnt from other scientists who already have
acquired these skills. This is a long process, requiring the aspiring scientist at least 10 years of training : first there is
the B.Sc. degree (4 years), then the M.Sc. degree (2 years), and lastly the Ph.D. degree (4 years). It is recommended
that the scientist spend one or more years as a postdoctoral researcher to obtain experience working as an
independent scientist.
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข
Prof. Skorn Mongkolsuk
B.Sc. (Hons., London), Ph.D. (Maryland)
1998 Outstanding Scientist Award (Biotechnology)
 
ยุคกระแสโลกนวัตกรรมอนาคตที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นมูลเหตุสำคัญให้เกิดการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจวิทยาศาสตร ์
และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศให้ก้าวสู่การแข่งขันระดับสากล ยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนา
ประเทศอย่างยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องวางรากฐานตั้งแต่ระดับภูมิปัญญาชาวบ้าน ผสมผสานและบูรณาการองค์ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยสรรค์สร้างงานวิจัยวิทยาศาสตร์เชิงคุณภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิด
ประโยชน์อย่างสูงสุด
 
ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปฎิรูปองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อบ่มเพาะให้ได้นักวิทยาศาสตร์ และ
นักวิจัยรุ่นใหม ่ให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และปณิธานที่แรงกล้าในการทำงาน โดยรู้จัก ก้าวให้ทันความคิด กล้าคิดแบบผู้นำ กระทำอย่างมุ่งมั่น หมั่นเพิ่มพูน
ความรู้ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด เพราะงานวิจัยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ที่อาศัยความเป็นเลิศทางวิชาการในการบรรลุจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นศาสตร์แห่งความรู้ที่สะท้อนทั้งข้อเท็จจริงและข้อผิดพลาดที่ค้นพบจากการทดลอง ดังนั้นจึงควรมองให้ครบด้านและครบมิติ
 
ประสบการณ์จากที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของสังคมวิทยาศาสตร์ ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัย สนับสนุนและส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ให้เป็น
ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และที่สำคัญได้มีโอกาสเห็นวิวัฒนาการ ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ไทยมาโดยลำดับผลลัพธ์ที่ได้นับเป็นความภาคภูมิใจ
สูงสุดอย่างหนึ่งในชีวิต สังคมวิทยาศาสตร์เปิดกว้างสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ทุกคน มาร่วมกันเป็นพลังสำคัญ พัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ไทยให้ก้าวไกลเป็น
ที่ประจักษ์ เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนสืบต่อไป
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร>

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. ม.ร.ว. ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์
Prof. M.R. Jisnuson Svasti
B.A. (Hons.), Ph.D. (Cambridge)
2002 Outstanding Scientist Award (Biochemistry)
 
ในสภาพที่ประเทศไทยมีนักวิจัยน้อย และขาดนวัตกรรม ควรจะต้องสนับสนุนวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น และจำเป็นที่จะให้
ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานไม่น้อยกว่าวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เพราะวิทยาศาสตร์พื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ และทางด้านการวิจัย รวมทั้งสามารถสร้างนวัตกรรมที่จะนำไปต่อยอดได้
ถ้าหวังแต่จะได้ผลของวิทยาศาสตร์ประยุกต์อย่างเดียว โครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์จะเสื่อมและเราจะไม่สามารถ
ติดตามเทคโนโลยีของโลก ทำให้วิธีการที่เราใช้ในงานประยุกต์จะล้าสมัย และผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตจะล้าสมัยขาย
ไม่ได้ แน่นอนเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันมีความรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เช่นทางด้านจีโนมิกส์ หรือโปรตีโอมิกส์ ทำให้ยากที่นักวิจัย
ในประเทศกำลังพัฒนาจะติดตามได้ แต่เราจำเป็นต้องพยายาม แต่ต้องเลือกเทคโนโลยีให้ดี และสร้างระบบการใช้เครื่องมือ
ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
 
ในฐานะนักวิจัยคนหนึ่ง ถือว่าโชคดีสามารถทำงานที่ชอบคืองานวิจัยวิทยาศาสตร์อย่างอิสระมาเป็นเวลาถึง 30 ปี โชคดีเพราะว่าวิทยาศาสตร์และการวิจัย
ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาของประเทศและของมวลมนุษย์เท่านั้น แต่เป็นงานที่สนุก ท้าทาย และเป็นงานที่มีคุณค่า มีความงดงามในตัว
ของมันเองเช่นเดียวกับศิลปะ นอกจากนี้ วิทยาศาสตร์ไม่มีข้อจำกัดของพรมแดน การเมือง ชาติ หรือศาสนา และจากวิทยาศาสตร์นี้เอง ข้าพเจ้าได้มีเพื่อน
ทั่วโลกที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อให้โลกใบนี้ของเราดีขึ้น ..
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร>

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
ศาสตราจารย์ ดร. ยงค์วิมล เลณบุรี
Prof. Yongwimon Lenbury
B.Sc. (A2 Hons., ANU, Australia), Ph.D. (Vanderbilt, USA)
2007 Outstanding Scientist Award (Mathematics)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
< ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ >

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 
สถานที่จัดแสดง "หอเกียรติยศนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" (Faculty of Science, Mahidol University's Hall of Fame)
      อยู่ในบริเวณห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ชั้น 2 ตึกฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
      โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันทำบุญครบรอบ 86 ปี ศาสตราจารย์สตางค์ มงคลสุข (15 กรกรฎาคม 2548)
 
 
ภาพถ่ายสถานที่หอเกียรติยศคณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2550
รายนามผู้บริจาคเงินและสิ่งของ สนับสนุนโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์สตางค์ มงคลสุข และหอเกียรติยศนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น
 
 
Digital Hall of Fame คณาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์ บนวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

[ คณะวิทยาศาสตร์ ][ ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ] หอเกียรติยศ

http://stang.sc.mahidol.ac.th - ปรับปรุงครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2550
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2550 งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล