|
อาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 11 ท่าน
ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" ของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์
|
|
|
| |
| ::
วาทะนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น : |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ |
| Prof. Yongyuth Yuthavong |
| B.Sc. (Hons. London), D.Phil. (Oxford) |
| 1984 Outstanding Scientist Award (Biochemistry) |
| |
| "ความสำเร็จมาทีหลัง ความผิดหวังมาก่อน" |
| ผมได้รับความสำเร็จดีทีเดียวจากความพยายาม ผมทึ่งในเคมีของสิ่งมีชีวิตมาก
และเลือกที่จะสอนและทำวิจัยทางชีวเคมี |
| ความพยายามที่จะหาความรู้ความเข้าใจใหม่ทางด้านนี้
มาเองตามธรรมชาติ และผมรู้สึกย่อท้อบ้าง แม้เมื่อการทดลอง |
| ล้มเหลว ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆแต่เมื่อการทดลองได้รับความสำเร็จเป็นครั้งคราวนั้น
ความเหนื่อยยากย่อท้อที่มาจากความล้มเหลว |
| ในเบื้องต้นก็อันตรธานไปหมดสิ้น ความตระหนักว่า นี่เป็นความรู้ใหม่
และเราเป็นคนแรกที่ค้นพบ เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม |
| ที่สุดที่มนุษย์พึงมีได้ |
| |
| เมื่อผมได้มาใช้ชีวิตเป็นนักวิจัยเต็มตัว
ผมได้เข้าใจว่า งานของผมนั้นเป็นความพยายามที่จะประสบความล้มเหลวเป็นส่วนมาก
นานๆครั้งจึงจะ |
| ประสบความสำเร็จสักที ทั้งนี้ เพราะงานวิจัยเป็นงานในแดนสนธยาของความรู้
ส่วนใหญ่จะพลาดและล้มเหลว เพราะยังไม่รู้ แต่ในความพลาดและล้มเหลว |
| นั้นเอง มีเชื้อของความสำเร็จอยู่ด้วย
เพราะได้เรียนรู้ว่าทำไมจึงพลาด ทำไมจึงล้มเหลว และทำอย่างไรจึงอาจไม่พลาดและล้มเหลว
ถ้าจะใช้ภาษาเชิงพาณิชย์ |
| ก็คือ นักวิจัยที่ดีเป็นผู้ที่เรียนรู้ที่จะแปลงหนี้สินแห่งความล้มเหลว
เป็นทุนสู่ความสำเร็จนั่นเอง มีบางครั้ง ความล้มเหลวกลับนำไปสู่ความสำเร็จที่ดียิ่งกว่า |
| ที่เดิมคาดไว้เสียอีก ตัวอย่างเช่น จากการค้นคว้าด้านกลไกการทำงานของยามาลาเรีย
ผมต้องผิดหวังต่อผลการทดลองที่ไม่เป็นดังคาด ต่อเมื่อได้ติดตามเรื่อง |
| ต่อไป จึงได้ค้นพบกลไกการดื้อยาแบบใหม่
ที่เดิมไม่ได้คาดคิด ความพยายามสร้างระบบสนับสนุนการวิจัย
และสถาบันวิจัยของไทยก็เช่นเดียวกัน ในช่วงต้น |
| มีความยากลำบากมาก แต่ในที่สุด ก็สามารถช่วยกันชี้แจงให้รัฐบาลเห็นความสำคัญ
จนมีการก่อตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และหน่วยงานอื่นที่ประกอบกันเป็นระบบสนับสนุนและดำเนินการวิจัยในระดับชาติได้
ดังในปัจจุบัน |
| |
| ผมได้พบว่า การที่ไม่ย่อท้อเมื่อล้มเหลวนั้น
สามารถนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด ในงานนอกห้องแล็บก็เช่นกัน
ต้องเรียนรู้เมื่อมีความผิดพลาด |
| เพื่อไม่ให้ทำความผิดซ้ำซาก และต้องหาแนวทางใหม่ๆ
มิฉะนั้นแล้ว การมุ่งพยายามแต่อย่างเดียว อาจกลับเป็นการเอา
"หัวชนกำแพง" ได้ |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. สกล พันธุ์ยิ้ม |
| Prof. Sakol Panyim |
| B.Sc. (Berkeley), D.Phil. (Iowa) |
| 1985 Outstanding Scientist Award (Biochemistry) |
| |
| การเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดี ต้องถามหาแรงกระตุ้น ต้องมี
passion กับมัน อะไรที่เราอยากทำ อยากรู้ เมื่อมีแล้วมันจะดึง |
| เราไปสู่สิ่งที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม passion หรือสิ่งที่เราชอบ
จะดึงเรากระโจนผ่านปัญหาไปได้หมด |
| |
| การเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมว่ามันทำให้ใจเรามีความสุข
เพราะความสุขอยู่ที่ว่าเราได้ค้นพบอะไร รู้อะไร เข้าใจอะไรที่อยู่ |
| รอบตัวเราหมดไม่ใช่เข้าใจทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียว
เพราะว่าวิทยาศาสตร์นั้นเรียนใช้เหตุผลก็จริง แต่มันช่วยให้เราเข้าใจ |
| อะไรที่อยู่รอบตัวเราหมด เมื่อผมเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร
ทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไมเกิดขึ้นอย่างนี้ เมื่อตอบข้อสงสัยได้ |
| ผมก็มีความสุข ผมพอใจ |
| |
|
| วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่สวยงามมาก ไม่ต้องคิดว่าเราต้องไปค้นพบอะไรสำคัญ
แต่ให้ทำงานในสิ่งที่เราอยากรู้อยากเห็น ทำแล้วเรามีความสุข
เป็นโอกาส |
| ของพวกนี้ถ้าเราอยากรู้อยากเห็น มันจะมาเอง
โดยที่เราไม่ต้องคิดว่ามันจะต้องมา ตรงนั้นสำคัญ อยากฝากนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ว่า
ขอให้ทำงานด้าน |
| วิทยาศาสตร์ตามใจรัก ถ้าไม่รักอย่ามาทำเลย
ขอให้ทำเรื่องที่เรามีใจรัก ผลสุดท้ายก็คือ เราจะได้เข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริงที่คนอื่นอาจไม่เข้าใจเหมือนเรา |
| แล้วเราจะเข้าใจอะไรรอบตัวเราได้หมด สำหรับผม
ผมคิดว่าผมเข้าใจ ผลสุดท้ายผมก็คิดว่ามีความสุขได้ และเป็นความสุขที่ใกล้เคียงกับกับความสุข |
| แบบธรรมชาติมากที่สุด |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์ |
| Prof. Yodhathai Thebtaranonth |
| B.Sc. (Medical Sciences), Ph.D. (Sheffield) |
| 1986 Outstanding Scientist Award (Chemistry) |
| |
| คงไม่จำเป็นที่จะบอกให้คนรุ่นน้อง และเด็กรุ่นหลัง
เห็นถึงความจำเป็นของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัย
รวมไปถึง |
| การขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เพราะคงได้ยินได้อ่านกันมามากแล้วทางหนังสือต่างๆ
และจากผู้ที่รับผิดชอบ |
| ทางด้านนี้ นอกจากอยากให้เด็กรุ่นหลังได้มาใช้ชีวิตในห้องวิจัยของผมจริงๆ
แล้วจะได้รู้ซึ้งว่าการวิจัยนั้นสนุกแค่ไหน .. |
| |
| ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการทำวิจัยนั้น อธิบายเป็นคำพูดยากเหลือเกิน
แต่ถ้าแยกเป็นข้อๆ คงจะเป็นดังนี้ |
| - ความรู้สึกที่เป็น
"นาย" ของตัวเองโดยสมบูรณ์ ไม่มีใครมาบอกหรือสั่งให้ทำอะไร
เมื่อตัดสินใจทำวิจัยในโครงการใดก็ตาม |
| ผู้วิจัยและคณะจะช่วยกันคิดและตัดสินใจด้วยตัวเองตลอด
ไม่มีงานชนิดไหนที่มีอิสระเช่นนี้หรอก |
| |
| - ความรู้สึกที่ได้พบสิ่งใหม่และได้ความรู้ใหม่ทุกๆ
วัน ถึงแม้ว่าการทดลองจะได้ผลไม่เป็นไปตามที่เราคาดคิด
นั่นก็เป็นความรู้ใหม ่ในระหว่างที่ทำการวิจัย |
|
| จะไม่มีวันไหนเหมือนวันที่แล้วมาเป็นอันขาด
จะไม่มีวันที่น่าเบื่อจำเจเพราะได้ทำของใหม่อยู่ทุกๆวัน |
| |
| - ความรู้สึกที่ได้ทำประโยชน์ให้สังคม
ความรู้ใหม่ที่ได้หลังการทำวิจัยประสบผลสำเร็จเป็นประโยชน์แก่สังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม
ประโยชน์ทางตรง |
| ก็คือ การนำเอาผลวิจัยไปพัฒนาเป็นเทคโนโลยีออกดอกผลให้สังคมได้รับผลเห็นทันตา
แต่ประโยชน์ทางอ้อม ซึ่งคนทั่วไปมองไม่เห็นหรือพยายามไม่มอง |
| เพราะมันไม่ได้ "อะไร" ออกมาเป็นรูปธรรมในทันทีทันใด
ก็คือคุณภาพของคนไทย คนไทยที่มีความรู้ ความสามารถ รู้จักอ่าน
คิด และขยันทำ คนไทยที่มี |
| คุณภาพที่พร้อมจะถ่ายคุณภาพนั้นให้กับคนไทยรุ่นหลังต่อไป
.. |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. สถิตย์ สิริสิงห |
| Prof. Stitaya Sirisinha |
| B.S.(Hons.,Jacksonville State), Ph.D. (Rochester) |
| 1988 Outstanding Scientist Award (Microbiology) |
| |
| นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ หรือนักศึกษาที่กำลังจะเลือกวิทยาศาสตร์เป็นวิชาชีพ
หากมีความสนใจที่จะทำงานอย่างจริงจัง ไม่ว่า |
| จะมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้พัฒนาความรู้พื้นฐานในสาขานั้นๆ
หรือเพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาของ |
| สังคมไทยก็ตาม มีโอกาสดีกว่าผู้เขียนที่ต้องเริ่มต้นทำการวิจัยในประเทศไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว
เนื่องจากว่าบรรยากาศต่างๆ |
| รวมไปถึงเงินทุนสนับสนุนการวิจัย เครื่องมือสมัยใหม่ที่มีขีดความสามารถสูงหรือแม้กระทั่งการใช้ไฮเทคในการค้นหาข้อมูล |
| ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก
ดังนั้น ความพยายามและเวลาที่เคยต้องเสียไป เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างใน |
| สมัยก่อน จึงมีน้อยมาก และนักวิจัยสามารถที่จะทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างให้กับงานวิจัยจริงๆ
ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น หากเราเป็นคนที่มี |
| ความตั้งใจแน่วแน่ มีความสนใจ และสุขใจอยู่กับการวิจัยเราสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้โดยไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลย
.. |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. วิสุทธิ์ ใบไม้ |
| Prof. Visut Baimai |
| B.Sc.(Hons. ), Ph.D.(Queensland) |
| 1990 Outstanding Scientist Award (Biology-Genetics) |
| |
| เราต้องยอมรับว่าโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในทุกระดับทุกคนตระหนักดีว่าการแข่งขัน |
| ที่อยู่บนพื้นฐานที่มั่นคงจะทำให้การพัฒนาเป็นไปถูกทาง
ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาอยู่บ้างในระยะเริ่มต้นเพื่อการวางฐานรากที่ |
| แข็งแกร่งและหยั่งลึก แต่เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนสำคัญนั้นแล้วทุกอย่างก็จะพัฒนาไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว
และยั่งยืนเฉกเช่นการ |
| สร้างฐานรากที่มั่นคงของอาคารหรือเคหะสถานที่มีความแข็งแรงและสวยงามตามความต้องการบนฐานคิดเดียวกันนี้เรา |
| จำเป็นต้องสร้างนักวิจัยพื้นฐานที่มีจิตวิญญาณและยึดมั่นในวิชาชีพนักวิชาการ
ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ |
| และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ประเทศไทยมีฐานทรัพยากรด้านความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย
โดยเฉพาะทรัพยากร |
| พันธุกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยซึ่งมีศักยภาพที่จะนำมาพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมอาหาร
ผลิตผลทางการเกษตร และ |
| เภสัชภัณฑ์ หากฐานทรัพยากรดังกล่าวได้รับการศึกษาวิจัยขั้นพื้นฐานเพื่อให้ได้องค์ความรู้มีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
ก็จะทำให้การใช้ประโยชน์และ |
| การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะสมและพอเพียง โดยไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน |
|
| นี่คือภารกิจหลักของนักวิจัยพื้นฐานด้านชีววิทยาที่ประเทศชาติต้องการ
|
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. อมเรศ ภูมิรัตน |
| Prof. Amaret Bhumiratana |
| B.Sc. (Hons., U.C. at Davis), Ph.D.(Michigan State) |
| 1992 Outstanding Scientist Award (Biotechnology) |
| |
| การดำเนินงานวิจัยใดๆ ก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้วิจัยจะต้องมีจุดหมายหรือมีความใฝ่ฝันที่จะต้องการให้เป็นจริง
ความฝัน |
| อันแรกของนักวิจัยทุกคนควรจะเป็นความสามารถที่จะดำเนินงานวิจัยให้ผลงานวิจัยได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่ได้รับ |
| ความเชื่อถือ เพื่อนำผลงานวิจัยนั้นให้ก่อเป็นความรู้ที่มีคุณค่า
ไม่ใช่เฉพาะแก่ผู้วิจัยเอง แต่ยังเป็นขั้นตอนที่ทำให้การพัฒนา |
| ความรู้ในระดับต่อไปเกิดขึ้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นจากผู้วิจัยเอง
หรือจากผู้ร่วมงานและนักวิจัยคนอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ |
| ความฝันระดับต่อไปของนักวิจัยคือความสามารถที่จะประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย
ซึ่งจำเป็นต้องมีสิ่งที่เอื้ออำนวยหลายอย่าง |
| อย่างแรกและอย่างที่สำคัญที่สุดคือ นักวิจัยต้องมีความมุ่งมั่น
อุปสรรคต่างๆ มักจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในรูปของงบประมาณ |
| ไม่พอ ผู้ร่วมงานมีไม่มากพอ บรรยากาศในสถานที่นั้นๆ
ไม่เอื้ออำนวย แต่อุปสรรคเหล่านี้จะหมดไปหรือลดน้อยลงไปมาก |
| หากผู้วิจัยนั้นๆ มีความตั้งใจจริงที่จะทำความใฝ่ฝันนั้นให้เป็นจริง
.. |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ โศภน |
| Prof. Prasert Sobhon |
| B.Sc.(Western Australia), Ph.D. (Wisconsin) |
| 1995 Outstanding Scientist Award (Cell Biology) |
| |
| วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์พื้นฐาน คือศาสตร์ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้เพื่อให้เราเข้าใจและสามารถอธิบาย |
| ปรากฏการณ์ของธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่กำเนิดและองค์ประกอบของเอกภพ
กำเนิดของสิ่งมีชีวิต วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต |
| ตลอดจนความเป็นมนุษย์ของตัวเราเอง จินตภาพหลากหลายที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ |
| ธรรมชาติในด้านต่างๆ ได้ ซึ่งถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ในทุกบริบทก็เป็นภาพที่สวยงาม
ที่ปรากฏในจิตใจ (mind) ของผู้ที่ |
| เข้าใจและซาบซึ้งกับวิทยาศาสตร์ ไม่แพ้กับความสวยงามของภาพจิตกรรมชิ้นเอกที่วาดโดยจิตรกรที่เรืองนาม |
| "ความสวยงามของวิทยาศาสตร์ และความตื่นเต้นของการค้นพบ"
เป็นแรงดึงดูดหลักที่ทำให้พวกเราหมกมุ่นอยู่กับงานวิจัย |
| วิทยาศาสตร์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยและท้อถอย นอกจากนั้นมันยังทำจิตใจของเรายังสดใจ
และใฝ่รู้เหมือนเมื่อครั้งยังเป็น |
| เด็กๆ ทั้งที่ร่างกายก็คงเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา
"วิทยาศาสตร์สอดคล้องกับศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธ" เพราะทำให้เรามีความเข้าใจธรรมชาติมี |
| ความเชื่อและมีความศรัทธาในธรรมชาติ ตลอดจนสามารถนำเอามาเป็นหลักเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต |
|
| |
| ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่างานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ได้กระทำไปเพราะความใฝ่รู้ของนักวิทยาศาสตร์
มักจะทำให้เกิดเทคโนโลยี |
หลักๆ ที่สำคัญๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มากกว่างานวิจัยที่ตั้งเป้าหมายเพื่อการเอาไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่แรก
วิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ |
| ประยุกต์ที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออกและไม่ควรจะแยกออกจากกัน
และควรจะได้รับการสนับสนุน เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้เพื่อกินผล |
| ต้องมีการทำนุบำรุงทั้งราก ลำต้น และใบเพื่อให้ได้รับผลที่ดีและมีคุณค่าต่อการบริโภค |
| |
| การปลูกฝังความเข้าใจและความชอบวิทยาศาสตร์ในเยาวชนไทย
นอกจากจะทำให้เขาสามารถคิดอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบตามหลักฐานที่ปรากฏและ |
| เหตุผลที่เชื่อถือได้แล้ว ย่อมเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ
ไม่งมงายกับเรื่องไร้สาระ เคารพและกราบไหว้ธรรมชาติด้วยความกลัวและ |
| เชื่อถือในภาพลวงตา อย่างที่เป็นอยู่อย่างแพร่หลาย
ณ ปัจจุบัน ถ้าหากประเทศไทยคาดหวังที่จะเป็น Knowledge-based
economy ที่แท้จริง รัฐบาล |
| ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน และกล้าลงทุนในส่วนการให้การศึกษาวิทยาศาสตร์กับเยาวชน
และการสร้างกับสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ถ้าเป็นไปได้ |
| ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ น่าจะเป็นปริญญาใบแรกของเยาวชนส่วนใหญ่
.. |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. ประพนธ์ วิไลรัตน์ |
| Prof. Prapon Wilairat |
| B.Sc.(Hons.,A.N.U.), Ph.D. (Oregon) |
| 1997 Outstanding Scientist Award (Biochemistry) |
| |
| On Becoming a Scientist |
| |
| Are there any rules by which one can be successful
as a science researcher ? Sad to say, |
| there is no such thing as the Scientific Method.
However, a number of universal guidelines |
| can be recommended. |
| |
| 1. Work on something that is you find exciting
or interesting. This will be an impetus |
| to get one to read the literature on
the topic of interest so that ultimately one becomes
an expert on the topic, at least |
| in one's department or even in the
country. |
|
| |
| 2. Never do an experiment which you
cannot predict an answer or answers. You may ask:
if you know the |
| answer, why do the experiment? Experiments
are conducted to obtain proofs of one's prediction.
In other words, |
| scientific experiments are undertaken
to obtain evidences that support one's idea or hypothesis.
Experiments are |
| not exercises in data gathering; the
data themselves must provide information which either
is consistent with the |
| working hypothesis or contradicts it. |
| |
| 3. Never work in isolation. A
corollary to this is that one should tell as many
people as possible about one's work. |
| Science is a public activity but is
also competitive. The sooner one learns if someone
else is doing the same |
| experiment or receives advise on how
to overcome a technical difficulty, the quicker one
can publish the data. |
| |
| 4. Associate with people who are
successful in science. Choosing the appropriate
questions and designing |
| the proper sets of experiments require
experience which can only be learnt from other scientists
who already have |
| acquired these skills. This is a long
process, requiring the aspiring scientist at least
10 years of training : first there is |
| the B.Sc. degree (4 years), then the
M.Sc. degree (2 years), and lastly the Ph.D. degree
(4 years). It is recommended |
| that the scientist spend one or more
years as a postdoctoral researcher to obtain experience
working as an |
| independent scientist. |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข |
| Prof. Skorn Mongkolsuk |
| B.Sc. (Hons., London), Ph.D. (Maryland) |
| 1998 Outstanding Scientist Award (Biotechnology) |
| |
| ยุคกระแสโลกนวัตกรรมอนาคตที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง
เป็นมูลเหตุสำคัญให้เกิดการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจวิทยาศาสตร
์ |
| และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศให้ก้าวสู่การแข่งขันระดับสากล
ยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนา |
| ประเทศอย่างยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องวางรากฐานตั้งแต่ระดับภูมิปัญญาชาวบ้าน
ผสมผสานและบูรณาการองค์ความรู้ทาง |
| วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยสรรค์สร้างงานวิจัยวิทยาศาสตร์เชิงคุณภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิด |
| ประโยชน์อย่างสูงสุด |
| |
| ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปฎิรูปองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เพื่อบ่มเพาะให้ได้นักวิทยาศาสตร์ และ |
| นักวิจัยรุ่นใหม ่ให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
และปณิธานที่แรงกล้าในการทำงาน โดยรู้จัก ก้าวให้ทันความคิด
กล้าคิดแบบผู้นำ กระทำอย่างมุ่งมั่น หมั่นเพิ่มพูน |
| ความรู้ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด
เพราะงานวิจัยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ที่อาศัยความเป็นเลิศทางวิชาการในการบรรลุจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว |
|
| แต่เป็นศาสตร์แห่งความรู้ที่สะท้อนทั้งข้อเท็จจริงและข้อผิดพลาดที่ค้นพบจากการทดลอง
ดังนั้นจึงควรมองให้ครบด้านและครบมิติ |
| |
| ประสบการณ์จากที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของสังคมวิทยาศาสตร์
ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัย สนับสนุนและส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ให้เป็น |
| ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และที่สำคัญได้มีโอกาสเห็นวิวัฒนาการ
ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ไทยมาโดยลำดับผลลัพธ์ที่ได้นับเป็นความภาคภูมิใจ |
| สูงสุดอย่างหนึ่งในชีวิต สังคมวิทยาศาสตร์เปิดกว้างสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ทุกคน
มาร่วมกันเป็นพลังสำคัญ พัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ไทยให้ก้าวไกลเป็น |
| ที่ประจักษ์ เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนสืบต่อไป |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. ม.ร.ว. ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ |
| Prof. M.R. Jisnuson Svasti |
| B.A. (Hons.), Ph.D. (Cambridge) |
| 2002 Outstanding Scientist Award (Biochemistry) |
| |
| ในสภาพที่ประเทศไทยมีนักวิจัยน้อย และขาดนวัตกรรม
ควรจะต้องสนับสนุนวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น และจำเป็นที่จะให้ |
| ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานไม่น้อยกว่าวิทยาศาสตร์ประยุกต์
เพราะวิทยาศาสตร์พื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง |
| ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ และทางด้านการวิจัย
รวมทั้งสามารถสร้างนวัตกรรมที่จะนำไปต่อยอดได้ |
| ถ้าหวังแต่จะได้ผลของวิทยาศาสตร์ประยุกต์อย่างเดียว
โครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์จะเสื่อมและเราจะไม่สามารถ |
| ติดตามเทคโนโลยีของโลก ทำให้วิธีการที่เราใช้ในงานประยุกต์จะล้าสมัย
และผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตจะล้าสมัยขาย |
| ไม่ได้ แน่นอนเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันมีความรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
เช่นทางด้านจีโนมิกส์ หรือโปรตีโอมิกส์ ทำให้ยากที่นักวิจัย |
| ในประเทศกำลังพัฒนาจะติดตามได้ แต่เราจำเป็นต้องพยายาม
แต่ต้องเลือกเทคโนโลยีให้ดี และสร้างระบบการใช้เครื่องมือ |
| ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ |
| |
|
| ในฐานะนักวิจัยคนหนึ่ง ถือว่าโชคดีสามารถทำงานที่ชอบคืองานวิจัยวิทยาศาสตร์อย่างอิสระมาเป็นเวลาถึง
30 ปี โชคดีเพราะว่าวิทยาศาสตร์และการวิจัย |
| ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาของประเทศและของมวลมนุษย์เท่านั้น
แต่เป็นงานที่สนุก ท้าทาย และเป็นงานที่มีคุณค่า มีความงดงามในตัว |
| ของมันเองเช่นเดียวกับศิลปะ นอกจากนี้
วิทยาศาสตร์ไม่มีข้อจำกัดของพรมแดน การเมือง ชาติ หรือศาสนา
และจากวิทยาศาสตร์นี้เอง ข้าพเจ้าได้มีเพื่อน |
| ทั่วโลกที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อให้โลกใบนี้ของเราดีขึ้น
.. |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
| -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
 |
ศาสตราจารย์ ดร. ยงค์วิมล เลณบุรี |
| Prof. Yongwimon Lenbury |
| B.Sc. (A2 Hons., ANU, Australia), Ph.D. (Vanderbilt, USA) |
| 2007 Outstanding Scientist Award (Mathematics) |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
|
| |
| < ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี และ เว็บไซต์คณะวิทยาศาสตร์ > |
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - |
| |
สถานที่จัดแสดง
"หอเกียรติยศนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" (Faculty of Science, Mahidol
University's Hall of Fame) อยู่ในบริเวณห้องสมุดสตางค์
มงคลสุข ชั้น 2 ตึกฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
ในวันทำบุญครบรอบ 86 ปี ศาสตราจารย์สตางค์ มงคลสุข (15 กรกรฎาคม
2548) |
| |
|
|
| |
ภาพถ่ายสถานที่หอเกียรติยศคณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2550 |
รายนามผู้บริจาคเงินและสิ่งของ
สนับสนุนโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์สตางค์ มงคลสุข และหอเกียรติยศนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น
|
| |
| |
Digital Hall of Fame คณาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์ บนวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
|