ศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข

ประวัติ l คำประกาศเกียรติคุณ l วาทะนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น l ห้องแสดงภาพ


 
Prof. Skorn Mongkolsuk
B.Sc. (Hons., London), Ph.D. (Maryland)
1998 Outstanding Scientist Award (Biotechnology)


                ศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 4 คน ของ ศาสตราจารย์ ดร. สตางค์ มงคลสุข และ นางยุพิน มงคลสุข ศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยผู้เชี่ยวชาญการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ มีผลงานวิจัยด้านการตรวจหาพยาธิใบไม้ตับ และการศึกษาพันธุกรรมของบักเตรีที่ก่อให้เกิดโรคในพืช ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ เมื่อปี พ.ศ. 2541 สมรสกับนางสาว จรัสพร (รังษีวงศ์) มีบุตรชาย 1 คน คือ นาย ยศกร มงคลสุข

การศึกษา

                สำเร็จการศึกษาชั้นประถม และมัธยมศึกษา จากโรงเรียน Birkenhead ประเทศอังกฤษ
                พ.ศ. 2520-2523      ปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับสอง สาขาเภสัชวิทยา King's College มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
                พ.ศ. 2524              ปริญญาโท สาขาชีวเคมี King's College มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
                พ.ศ. 2528              ปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
                พ.ศ. 2528-2530      ทำงานวิจัยในระดับการศึกษาหลังปริญญาเอก ณ Laboratory of Biochemistry, National Cancer Institute, National Institute of Health ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ประวัติการทำงาน

ตำแหน่งวิชาการ
                พ.ศ. 2530      เริ่มเข้ารับราชการ เป็นอาจารย์ประจำ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
                พ.ศ. 2534      ได้รับการแต่งตั้ง เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
                พ.ศ. 2534      ได้รับการแต่งตั้ง เป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ อีกตำแหน่งหนึ่ง

ตำแหน่งบริหาร
                พ.ศ. 2550      รองคณบดีฝ่ายสหสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
                พ.ศ. 2550      คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ตำแหน่งในสมาคมและองค์กรต่างๆ
                พ.ศ. 2535-ปัจจุบัน      คณะกรรมการกลางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ
                พ.ศ. 2533-ปัจจุบัน      กรรมการของ The International Center for Environmental and Industrial Toxicology (ICEIT) สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

เกียรติคุณและรางวัล

                พ.ศ. 2524      รางวัล Sigma Prize สำหรับ Best Overall Performance in Biochemistry, Chelsea College, University of London, ประเทศอังกฤษ
                พ.ศ. 2528      Fogarty Postdoctoral Fellowship จาก National Institute of Health ประเทศสหรัฐอเมริกา
                พ.ศ. 2534      รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์
                พ.ศ. 2540      รางวัลทุนพัฒนาวิชาชีพนักวิจัย จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
                พ.ศ. 2540      รางวัล Taguchi Prize ประเภทนักวิจัยดีเด่น จากสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย
                พ.ศ. 2541      รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์
                พ.ศ. 2545      เมธีวิจัยอาวุโส สกว. สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.


^ Go to top

ผลงานด้านการวิจัย

                ศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุขได้ศึกษาและพัฒนาวิธีตรวจหาพยาธิ Opisthorchis viverrini ซึ่งเป็นปรสิตที่ก่อให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับ โดยใช้ DNA probe โดยได้ทำการศึกษา Highly Repeated DNA Sequence และ Ribosomal RNA Gene ซึ่งมีจำนวนชุดสูงใน Genome ของ O. viverrini เป็นเป้าหมายที่เหมาะสมในการพัฒนาเป็น DNA probe ซึ่งคาดว่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตรวจหาพยาธิใบไม้ตับ และเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ

                งานวิจัยต่อมา ได้มุ่งความสนใจศึกษากลไกการก่อโรคในพืชโดยแบคทีเรีย Xanthomonas โดยอาศัยหลักการที่ว่า ความเข้าใจกลไกขั้นพื้นฐานของการก่อให้เกิดโรคโดยแบคทีเรียนี้ เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาการป้องกันการระบาดของโรคในพืชได้ Xanthomonas เป็นแบคทีเรียซึ่งทำให้เกิดโรคในพืชเศรษฐกิจ ของประเทศไทยหลายชนิด เช่น ข้าว ถั่ว ส้ม ปฏิกิริยาแรกอย่างหนึ่งที่พืชตอบสนองต่อการรุกรานของเชื้อโรคคือ การสร้าง Reactive Oxygen Species (ROS) เช่น Hydrogen Peroxide, Organic Peroxide และ Superoxide งานวิจัยได้เน้นการศึกษาพื้นฐานเกี่ยวกับกลไกซึ่ง Xanthomanas ใช้ป้องกันตัวเองจาก ROS ศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข ได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบว่า เมื่อ Xanthomanas ถูกกระตุ้นด้วยสารที่ทำให้เกิด Oxidative Stress ในปริมาณต่ำ เชื้อนี้จะสร้างเอนไซม์ต่างๆ ในระดับสูง เพื่อทำลาย ROS นอกจากนั้น เพื่ออธิบายกลไกที่เกิดขึ้นเหล่านี้ในระดับโมเลกุล สามารถแยกยีนที่สร้างเอนไซม์ซึ่งมีหน้าที่ทำลาย ROS คือ Catalase และ Alkyl Hydroperoxide Reductase เอนไซม์ทั้งสองมีบทบาทสำคัญยิ่ง ด้วยเหตุนี้การเข้าใจถึงวิธีควบคุมการทำงานของยีนทั้งสอง จึงเป็นความรู้พื้นฐานในการอธิบายระบบการป้องกันตัวเองของ Xanthomanas จาก Oxidative Stress และได้แยกยีน oxyR ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระบบการป้องกัน Oxidative Stress และได้ศึกษาถึงโครงสร้างและหน้าที่ของโปรตีน oxyR ด้วย

                นอกจากนี้ ยังได้ค้นพบยีนซึ่งทำให้แบคทีเรียสามารถต้านทานต่อสาร Organic Peroxide การศึกษาโครงสร้างของยีนในระดับเบสและกรดอะมิโน พบว่าเป็นโปรตีนชนิดใหม่ซึ่งยังไม่มีรายงานมาก่อนในสิ่งมีชีวิตใดๆ ซึ่งผลงานวิจัยนี้จะสามารถนำไปประยุกต์เพื่อพัฒนาวิธีการป้องกันการระบาดของโรคพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ต่อไป


^ Go to top

คำประกาศเกียรติคุณ
รางวัล"นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข
(Assistant Professor Dr. Skorn Mongkolsuk)
นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2541
(ตำแหน่งทางวิชาการขณะได้รับรางวัลคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์)

                ด้วยคณะกรรมการ รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ในการประชุมครั้งที่ 2/2541 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ได้พิจารณาเห็นว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีผลงานดีเด่น สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นผู้ที่สามารถ ผลิตผลงานวิจัยด้านการตรวจหาพยาธิใบไม้ตับ และการศึกษาพันธุกรรมของบักเตรีที่ก่อให้เกิดโรคในพืช จึงสมควรเชิดชูเกียรติให้ประจักษ์โดยทั่วไป เพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเจริญรอยตาม

                ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 4 คนของ ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ และ นางยุพิน มงคลสุข สำเร็จการศึกษาชั้นประถม และมัธยมศึกษา จากโรงเรียน Birkenhead ประเทศอังกฤษ และศึกษาในสาขาเภสัชวิทยา ณ King's College มหาวิทยาลัยลอนดอน ระหว่างปี พ.ศ. 2520-2523 หลังจากจบการศึกษา ระดับปริญญาตรี เกียรตินิยม อันดับสองแล้ว ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาชีวเคมี และสำเร็จการศึกษา ในปี พ.ศ. 2524 ต่อมาได้เข้าศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ในปี พ.ศ. 2528 หลังจากนั้นได้ทำงานวิจัยในระดับการศึกษาหลังปริญญาเอก ณ Laboratory of Biochemistry, National Cancer Institute, National Institute of Health ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี พ.ศ. 2528-2530

                ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศกรณ์ มงคลสุข เริ่มเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. 2530 และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในปี พ.ศ. 2534 ใน ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในขณะเดียวกันได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ อีกตำแหน่งหนึ่ง นอกจากนั้นยังได้ปฏิบัติงานในหน้าที่อื่นๆ อีก เช่น คณะกรรมการกลางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2535-ปัจจุบัน กรรมการของ The International Center for Environmental and Industrial Toxicology (ICEIT) สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ระหว่างปี พ.ศ. 2533-ปัจจุบัน จากการสอนและการทำวิจัยต่อเนื่องตลอดมา ทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข ได้รับรางวัล Sigma Prize สำหรับ Best Overall Performance in Biochemistry, Chelsea College, University of London, ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2524 Fogarty Postdoctoral Fellowship จาก National Institute of Health, ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2528 รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2534 รางวัลทุนพัฒนาวิชาชีพนักวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2540 และรางวัล Taguchi Prize ประเภทนักวิจัยดีเด่น จากสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2540

                ผลงานโดยสรุปของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข มี 3 เรื่อง งานวิจัยแรกคือ การศึกษาและพัฒนาวิธี ตรวจหาพยาธิ Opisthorchis viverrini ซึ่งเป็นปาราสิตที่ก่อให้เกิดโรค พยาธิใบไม้ในตับ โดยใช้ DNA probe โดยได้ทำการศึกษา highly repeated DNA sequence และ ribosomal RNA gene ซึ่งมีจำนวนชุดสูงใน genome ของ O. viverrini เป็นเป้าหมาย ที่เหมาะสม ในการพัฒนาเป็น DNA probe หากได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม คาดว่าจะมีประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการตรวจหา พยาธิใบไม้ตับ ซึ่งจะเป็นหนทางหนึ่ง ในการแก้ปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ

                งานวิจัยต่อมาได้มุ่งความสนใจศึกษากลไกการก่อโรคในพืช โดยแบคทีเรีย Xanthomonas โดยอาศัยหลักการที่ว่าความเข้าใจกลไกขั้นพื้นฐานของการก่อให้เกิดโรค โดยแบคทีเรียนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาการป้องกันการระบาดของโรคในพืชได้ Xanthomonas เป็นแบคทีเรียซึ่งทำให้เกิดโรคในพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยหลายชนิด เช่น ข้าว ถั่ว ส้ม ปฏิกิริยาแรกอย่างหนึ่ง ที่พืชตอบสนองต่อการุกราน ของเชื้อโรคคือการสร้าง Reactive Oxygen Species (ROS) เช่น hydrogen peroxide, organic peroxide และ superoxide งานวิจัยได้เน้นการศึกษาพื้นฐาน เกี่ยวกับกลไกซึ่ง Xanthomanas ใช้ป้องกัน ตัวเองจาก ROS ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข ได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบว่า เมื่อ Xanthomanas ถูกกระตุ้นด้วยสารที่ทำให้เกิด oxidative stress ในปริมาณต่ำ เชื้อนี้จะสร้างเอนไซม์ต่างๆ ในระดับสูง เพื่อทำลาย ROS นอกจากนั้น เพื่ออธิบายกลไกที่เกิดขึ้นเหล่านี้ในระดับโมเลกุล สามารถแยกยีนที่สร้างเอนไซม์ ซึ่งมีหน้าที่ทำลาย ROS คือ catalase และ alkyl hydroperoxide reductase เอนไซม์ทั้งสองมีบทบาทสำคัญยิ่ง ด้วยเหตุนี้การเข้าใจถึงวิธีควบคุมการทำงานของยีนทั้งสอง จึงเป็นความรู้พื้นฐานในการอธิบายระบบการป้องกันตัวเอง Xanthomanas จาก oxidative stress ได้แยกยีน oxyR ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระบบ การป้องกัน Oxidative stress และขณะนี้กำลังศึกษาถึงโครงสร้างและหน้าที่ของโปรตีน oxyR

                นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข ยังได้ค้นพบยีนซึ่งทำให้แบคทีเรียสามารถต้านทานต่อสาร organic peroxide การศึกษาโครงสร้างของยีนในระดับเบสและกรดอะมิโน พบว่าเป็นโปรตีนชนิดใหม่ซึ่งยังไม่มีรายงานมาก่อนในสิ่งมีชีวิตใดๆ เป็นที่คาดหวังว่าผลงานวิจัยในด้านพื้นฐานที่ได้กล่าวถึงจะสามารถนำไปประยุกต์เพื่อพัฒนาวิธีการป้องกันการระบาดของโรคพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย

                นอกจากงานวิจัยแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข ยังมีบทบาทในการพัฒนาบุคลากร ทางวิทยาศาสตร์ โดยการยกระดับขีดความสามารถในงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ไทย โดยได้จัดการประชุมทางวิชาการระดับนานาชาติ 2 ครั้ง รวมผู้เข้าประชุมประมาณ 800 คน และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ มากกว่า 5 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมประชุมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติกว่า 300 คน ในการประชุมได้รับเกียรติจากนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมประชุม รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ที่เคยได้รับรางวัลโนเบล

                ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่อุทิศตนให้กับการศึกษา ด้านเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสิบปี นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีนิสัยอ่อนน้อม โอบอ้อมอารี ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นที่รักใคร่และเคารพรั ของผู้ร่วมงานและศิษย์ มีจริยธรรมของนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมีประสบการณ์ที่ทันต่อเหตุการณ์

                โดยเหตุที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข เป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณวุฒิและคุณธรรมดังกล่าว คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ยกย่อง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข เป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2541

คัดจากหนังสือ :   มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์. (2541).
รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2541 : รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชาต สุขสำราญ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข.
กรุงเทพฯ : มูลนิธิ. ISBN 974-7576-65-1


^ Go to top

วาทะ “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น”

                “...ยุคกระแสโลกนวัตกรรมอนาคตที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นมูลเหตุสำคัญให้เกิดการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศให้ก้าวสู่การแข่งขันระดับสากล ยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องวางรากฐานตั้งแต่ระดับภูมิปัญญาชาวบ้าน ผสมผสานและบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยสรรค์สร้างงานวิจัยวิทยาศาสตร์เชิงคุณภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

                ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปฏิรูปองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อบ่มเพาะให้ได้นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และปณิธานที่แรงกล้าในการทำงาน โดยรู้จัก ก้าวให้ทันความคิด กล้าคิดแบบผู้นำ กระทำอย่างมุ่งมั่น หมั่นเพิ่มพูนความรู้ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด เพราะงานวิจัยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ที่อาศัยความเป็นเลิศทางวิชาการในการบรรลุจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียวแต่เป็นศาสตร์แห่งความรู้ที่สะท้อนทั้งข้อเท็จจริงและข้อผิดพลาดที่ค้นพบจากการทดลอง ดังนั้นจึงควรมองให้ครบด้านและครบมิติ

                ประสบการณ์จากที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของสังคมวิทยาศาสตร์ ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัย สนับสนุนและส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และที่สำคัญได้มีโอกาสเห็นวิวัฒนาการ ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ไทยมาโดยลำดับผลลัพธ์ที่ได้นับเป็นความภาคภูมิใจ สูงสุดอย่างหนึ่งในชีวิต สังคมวิทยาศาสตร์เปิดกว้างสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ทุกคน มาร่วมกันเป็นพลังสำคัญ พัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ไทยให้ก้าวไกลเป็นที่ประจักษ์ เพื่อเป็นรากฐานอันมั่นคงในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนสืบต่อไป..." ”

^ Go to top

ห้องแสดงภาพ "ศาสตราจารย์ ดร.ศกรณ์ มงคลสุข"

^ Go to top