คณะวิทยาศาสตร์เมื่อแรกเริ่ม

            ได้รับการประกาศจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2501 ในนาม โรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้ง และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน มีวัตถุประสงค์เบื้องต้น เพื่อจัดการศึกษาเตรียมแพทย์ และเตรียมประเภท
วิชาอื่นๆ ขึ้นภายในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยใช้สถานที่ที่ตึกเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในปีแรก และย้ายมายังอาคารเรียนใหม่ ณ ถนนศรีอยุธยา ในปีต่อมา

พ.ศ. 2503      รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติ ยกฐานะขึ้นเป็น คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดหลักสูตรการศึกษาในสาขาต่างๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถึงระดับปริญญาตรี-โท (และเอก ในเวลาต่อมา) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข ดำรงตำแหน่งคณบดีท่านแรก

พ.ศ. 2507      เริ่มดำเนินการกำหนดนโยบายในการเตรียมจัดตั้งภาควิชาปรีคลินิก ที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความแตกต่างจากคณะวิทยาศาสตร์ที่อื่นๆ คือมุ่งหมายให้นักศึกษาที่เข้าเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน 2 ปี ได้เรียนปรีคลินิก 2 ปี แล้วได้ปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยหวังว่าจะมีส่วนหนึ่งเรียนต่อให้จบถึงปริญญาเอก เพื่อเป็นอาจารย์ทางปรีคลินิกต่อไป และส่วนหนึ่งเรียนต่อทางแพทย์ที่คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งจะมีการก่อตั้งใหม่ (คือ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี) นโยบายเรื่องนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะนักศึกษาเรียนต่อแพทย์ที่คณะแพทย์กันหมด แต่นโยบายในการจะให้คณะเป็นสถาบันชั้นนำในภูมิภาคได้รับความสำเร็จอย่างดียิ่ง

พ.ศ. 2508      รัฐบาลอนุมัติเงินงบประมาณและที่ดินที่ถนนพระรามที่ 6 ให้ก่อสร้างคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ขึ้นใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินมา
ทรงวางศิลาฤกษ์ในวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2508 การก่อสร้างเป็นอาคาร 5 หลัง 6 ชั้น มีอาคารเรียนรวมเป็นตึกชั้นเดียวทรงกลมรูปร่างแปลกตา เป็นจุดสนใจสำหรับคณะสร้างใหม่ เรียกกันว่า ตึกกลม หรือ ตึกจานบิน ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ถึง พ.ศ. 2510

พ.ศ. 2511      คณะวิทยาศาสตร์ฯ ได้ย้ายสถานที่ตั้งมาพื้นที่บนถนนพระรามที่ 6 ตรงข้ามกระทรวงอุตสาหกรรม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดตึกทดลองวิทยาศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนที่ดิน 40 ไร่ และงบประมาณร่วมกับมูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์ ก่อสร้างอาคารบรรยายและอาคารทดลองวิทยาศาสตร์ พร้อมอุปกรณ์วิจัยที่ทันสมัย นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข ยังได้ติดต่อขอความช่วยเหลือ จากองค์กรต่างประเทศอื่นๆ เพื่อขอความสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากรและการวิจัย จนทำให้คณะวิทยาศาสตร์ฯ เป็นฐานปฏิบัติการวิจัยที่สำคัญที่สุดของประเทศและของภูมิภาคในขณะนั้น

พ.ศ. 2512      มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใช้พระนามาภิไธย "มหิดล" เป็นนามใหม่ของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้ใช้ชื่อใหม่เป็น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาจนถึงปัจจุบัน

            ในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย มูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาประจำภาควิชาปรีคลินิก ทั้ง 6 สาขา ในช่วงเวลาต่างกัน ภาควิชาที่เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่เมื่อครั้งที่คณะอยู่ที่ถนนศรีอยุธยาใน (พ.ศ. 2507-2509) ประกอบด้วย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ จุลชีววิทยา ชีวเคมี และสรีรวิทยา ส่วนภาควิชาเภสัชวิทยา และพยาธิชีววิทยา ก่อตั้งใน พ.ศ. 2511 และ 2512 เมื่อคณะได้ย้ายมาอยู่ที่ถนนพระราม 6 ทุกภาควิชาจะมีผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่หัวหน้าภาค และเป็นอาจารย์ผู้สอนอีกภาคละ 3 คน เมื่อถึง พ.ศ. 2513 มูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์เริ่มทยอยส่งผู้เชี่ยวชาญกลับสหรัฐอเมริกายกเว้นหัวหน้าภาควิชาเมื่อ อาจารย์ชาวไทยที่จบการศึกษาปริญญาเอกทยอยกลับมาทำหน้าที่สอน จนถึง พ.ศ. 2518 ผู้เชี่ยวชาญจึงเดินทางกลับทั้งหมด อาจารย์ไทยได้รับหน้าที่หัวหน้าภาคต่อไป

            หัวหน้าภาควิชาและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์ได้ มาวางรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาปรีคลินิก และวางแผนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาตามแบบอย่างการศึกษาในต่างประเทศ นักศึกษาเล่าว่า สิ่งประทับใจตั้งแต่วันแรกของการเรียน คือ วิชาแนะนำการใช้ห้องสมุด การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ต้องศึกษาค้นคว้าช่วยตนเองให้มีความคิดแบบวิจารณญาณ เป็นแบบ Active Learning ไม่มีการแจกชีท มีการปลูกฝังระบบ Honour System ในภาควิชาต่างๆ นอกจากนักศึกษาชาวไทยแล้ว ยังมีชาวต่างชาติจากประเทศต่างๆ มาศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิสิปปินส์ และพม่า และยังมีนักศึกษาหลังปริญญาเอก (Post Doctoral Fellows) จากหลายประเทศมาศึกษาด้วย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ปากีสถาน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย บรรยากาศที่คณะวิทยาศาสตร์จึงเป็นบรรยากาศการศึกษานานาชาติ มีผลต่อนักศึกษาไทยให้มีความรู้ภาษาอังกฤษดี สามารถศึกษาค้นคว้าจากตำราภาษาอังกฤษได้ พร้อมทั้งมีประสบการณ์การติดต่อความสัมพันธ์กับชาวต่างประเทศ ทำให้เป็นประโยชน์ในการไปศึกษาต่อในต่างประเทศ

            คณะวิทยาศาสตร์เป็นผู้นำในการศึกษาถึงระดับปริญญาเอกทางสาขาวิทยาศาสตร์ เริ่มจากภาควิชาจุลชีววิทยา เป็นหน่วยงานแรกของประเทศที่ได้รับผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอก เมื่อ พ.ศ. 2515 ภาควิชาอื่นๆ ก็ได้ผลิตบัณฑิตปริญญาโท – เอก ออกมาอย่างต่อเนื่อง บัณฑิตเหล่านั้นได้รับใช้สังคมในการเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่เกิดใหม่ ทั้งในส่วนกลาง เช่น วิทยาลัยแพทย์พระมงกุฎ และในส่วนภูมิภาค เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นที่ยอมรับกันว่าผลผลิตจากคณะวิทยาศาสตร์คุณภาพสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากล ผลงานวิจัยก็เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นการสร้างชื่อเสียงของประเทศไทยในวงการวิทยาศาสตร์นานาชาติ

เอกสารอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล :
- ประวัติคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ (26 กุมภาพันธ์ 2511)
- พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พุทธศักราช 2486 (2 กุมภาพันธ์ 2486)
- พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2501 (21 ตุลาคม 2501)
- พระราชบัญญัติโอนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2502 (2 กันยายน 2502)
- พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะอายุรศาสตร์เขตร้อน และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2503 (5 เมษายน 2503)
- พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2512 (1 มีนาคม พ.ศ. 2512)
- ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (18 พฤศจิกายน 2512)