เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

                เหรียญดุษฎีมาลา เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์อย่างหนึ่ง เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า เหรียญแพรแถบเป็นเหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จในราชการ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๕ อันเป็นมหามงคลสมัย ซึ่งบรรจบครบรอบร้อยปีที่หนึ่ง นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และทรงเริ่มพระราชวงศ์จักรีสืบราชสันตติวงศ์ยั่งยืนมาจนถึงรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่ง มหาจักรีบรมราชวงศ์ สำหรับพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ได้ดำรงรักษาความสามัคคีในราชตระกูลรุ่งเรืองสืบมา ส่วนข้าราชการที่ได้รับราชการมาด้วยดี มีความสามารถ ทำคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่บ้านเมือง ก็ควรจะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเหรียญดุษฎีมาลา เป็นเหรียญเครื่องประดับสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จในราชการแก่ทหารและพลเรือนตามความดีความชอบ

                เหรียญดุษฎีมาลาเมื่อแรกสร้างนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตรา พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยยศสำหรับความชอบเหรียญดุษฎีมาลา ปีมะเมีย จัตวาศก ศักราช ๑๒๔๔ (พุทธศักราช ๒๔๒๕) ขึ้น พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้มีเหรียญดุษฎีมาลา ลักษณะเป็นเหรียญเงินรูปไข่กะไหล่ทอง ด้านหน้ามีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เบื้องล่างมีใบชัยพฤกษ์ไขว้ ด้านหลังมีรูปพระสยามเทวาธิราช ทรงพระขรรค์ยืนแท่นพิงโล่ พระหัตถ์ซ้ายทรงพวงมาลา จะสวมที่ตรงจารึกนามผู้รับ เบื้องล่างใต้แท่นที่ประทับมีเลข ๑๒๔๔ ซึ่งเป็นปีที่สร้างเหรียญ ที่ห่วงเหรียญเป็นรูปพระขรรค์ชัยศรีกับธารพระกรไขว้รองรับแผ่นโลหะ จารึกอักษรว่า “ทรงยินดี” ห้อยกับแพรแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร ริ้วแดงริ้วขาวสำหรับพระราชทานทหารหรือตำรวจ ริ้วขาวริ้วชมพูสำหรับพระราชทานฝ่ายพลเรือน กับมีเข็มปลายเป็นช่อปทุมทั้งสองข้าง จารึกอักษรว่า “ศิลปวิทยา” กลัดที่แพรแถบเหนือเหรียญสำหรับประดับที่หน้าอกเสื้อเบื้องซ้าย เหรียญที่พระราชทานสตรี ใช้ห้อยกับแพรแถบ ผูกเป็นรูปแมลงปอประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย


(ขอบคุณภาพจาก www.thaimedals.com)

                พระราชบัญญัติเหรียญดุษฎีมาลา จุลศักราช ๑๒๔๔ นี้ กำหนดให้มีเข็มพระราชทานประกอบกับเหรียญเป็น ๕ ชนิด คือ (๑) เข็มราชการในพระองค์ (๒) เข็มราชการแผ่นดิน (๓) เข็มศิลปวิทยา ๔) เข็มความกรุณา (๕) เข็มกล้าหาญ

                เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างให้เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันหมายถึงเครื่องประดับเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของพระราชา และทรงจัดไว้ในกลุ่มเหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จกล้าหาญ เพื่อพระราชทานแก่ผู้ใช้ความกล้าหาญทางปัญญาความรู้ให้เป็นคุณแก่แผ่นดิน นับเป็นครั้งแรกที่ผู้มีความสามารถในศิลปวิทยา จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นพิเศษเช่นนี้ ทั้งเป็นการสนองพระบรมราโชบายในการพัฒนาวิชาความรู้เพื่อปรับปรุงประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ และเมื่อพินิจถึงหลักเกณฑ์การพระราชทาน จะเห็นได้ว่ามีหลักอันเข้มงวดต่างจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์อื่น ๆ คือ จะพระราชทานเฉพาะผู้มีฝีมืออย่างเอกอุ อันเป็นคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินที่ไม่มีผู้ใดทำได้เสมอหรือดีกว่า ดังปรากฏในพระราชบัญญัติเครื่องอิสริยยศสำหรับความดีความชอบ เหรียญดุษฎีมาลา จุลศักราช ๑๒๔๔ พุทธศักราช ๒๔๒๕ ว่า

“เข็มที่จาฤกว่าศิลปวิทธยานั้น ไว้สำหรับพระราชทานนักปราชราชกระวี นายช่างแลฝีมือช่างพิเศศต่าง ๆ ที่ได้คิดอย่างสิ่งของที่จะเปนประโยชนทั่วกัน ครั้งแรกคราวแรกฤาชักนำสิ่งของใด ๆ เข้ามาทำมาสร้างขึ้นในแผ่นดิน เปนผลประโยชนต่อบ้านเมืองแลราชการ ฤาผู้ที่แต่งหนังสือตำราวิทธยการต่าง ๆ ที่เปนของเก่าของใหม่ก็ดี ที่เปนคุณต่อแผ่นดิน เปนประโยชนแก่ราชการ เปนผลแก่การค้าขาย ฤาผู้เปนช่างอย่างฝีมือเอก ที่ได้คิดก็ดี ทำเองก็ดี ปรากฏว่าไม่มี ผู้ใดผู้หนึ่งทำได้เสมอดีกว่า แล้วผู้ทำคุณประโยชนดังกล่าวมานี้ ก็จะทรงพระราชดำริวินิจฉัย พระราชทานเข็มชนิดนี้ให้ตามฐานานุรูป”

                ครั้นถึงรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสืบสานพระบรมราโชบายในการพระราชทานบำเหน็จความชอบแก่ผู้มีความรู้ในศิลปวิทยา แต่มีพระราชดำริว่าเหรียญดุษฎีมาลานั้นตัวเหรียญมีพระบรมรูปและพระบรมนามาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งต่างพระองค์กัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างตราวชิรมาลาขึ้นแทน ต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเหรียญพระราชทานแทนเหรียญดุษฎีมาลา เข็มราชการในพระองค์ เข็มราชการแผ่นดิน เข็มความกรุณา และเข็มกล้าหาญ เหรียญและเข็มทั้ง ๔ ชนิดจึงยกเลิกไป คงเหลือแต่เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาเพียงอย่างเดียว

                พุทธศักราช ๒๔๘๔ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร จึงได้มีพระราชบัญญัติเหรียญดุษฎีมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ ยกเลิกพระราชบัญญัติเดิม พุทธศักราช ๒๔๒๕ เสีย พระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ได้กำหนดเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ขึ้นใหม่โดยเฉพาะสำหรับพระราชทานแก่ผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยา อันได้แสดงให้เห็นประจักษ์เป็นพิเศษแล้ว ซึ่งจะได้พระราชทานตามที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควร เหรียญและเข็มคงมีรูปลักษณะเช่นเดิม

                การพระราชทานจะพระราชทานให้เป็นสิทธิแก่ผู้รับ แต่ถ้าผู้รับหรือทายาทโดยธรรมของผู้รับกระทำความผิดอย่างร้ายแรง หรือประพฤติตนไม่สมเกียรติ อาจทรงเรียกคืนได้ เหรียญนี้ไม่มีประกาศนียบัตรเพราะได้จารึกชื่อผู้ได้รับพระราชทานไว้ด้านหลังของเหรียญแล้ว แต่จะประกาศนามในราชกิจจานุเบกษา

                ระเบียบการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมแก่กาลสมัยหลายครั้ง ฉบับปัจจุบันคือ “ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พุทธศักราช ๒๕๒๑” แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๓๒, ๒๕๔๓ และ ๒๕๔๗ สาระสำคัญแห่งระเบียบนี้มีว่า เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เป็นเหรียญซึ่งพระมหากษัตริย์จะได้พระราชทานเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่บุคคลซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยา อันได้แสดงให้ประจักษ์เป็นพิเศษว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ

                ในการขอพระราชทานให้คำนึงอย่างรอบคอบถึงกรณีความชอบที่ได้ใช้ศิลปวิทยาเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติว่ามีลักษณะถึงขนาดควรจะได้บำเหน็จเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ทั้งนี้ เพื่อให้เหรียญนี้ทรงไว้ซึ่งเกียรติอันสูงและเป็นที่ภาคภูมิใจแก่ผู้ได้รับพระราชทาน ทายาท ครอบครัว และวงศ์ตระกูล ผู้ซึ่งจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา จะต้องมีผลงานประการใดประการหนึ่ง ดังต่อไปนี้

                (๑) คิดค้นความรู้ ระบบ กรรมวิธี หรือประดิษฐ์สิ่งใหม่เป็นผลสำเร็จ
                (๒) ปรับปรุงความรู้ ระบบ กรรมวิธี หรือสิ่งประดิษฐ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นอันมาก
                (๓) ได้แสดงให้เป็นที่ปรากฏว่ามีฝีมือและชื่อเสียงยอดเยี่ยมในทางศิลปวิทยา
                ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวต้องแสดงให้ประจักษ์เป็นพิเศษว่า เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ

                การจะเสนอชื่อบุคคลใดเข้ารับการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยานั้น ระเบียบดังกล่าวกำหนดผู้มีสิทธิเสนอชื่อผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาไว้โดยเฉพาะ คือ
                (๑) กระทรวงทบวงเจ้าสังกัด หรือกระทรวงทบวงที่เกี่ยวข้องกับผลงานของผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทาน
                (๒) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
                (๓) ราชบัณฑิตยสถาน
                (๔) สภามหาวิทยาลัยหรือสภาสถาบันอุดมศึกษาที่เทียบเท่ามหาวิทยาลัย
                (๕) สถาบันที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือ
                (๖) ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ในสาขาเดียวกันกับผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทาน
                ทั้งนี้ ให้เสนอชื่อและผลงานของผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

                การพิจารณาวินิจฉัยผลงานเพื่อขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา กำหนดให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา คณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเก้าคน ทำหน้าที่พิจารณาและวินิจฉัย ในกรณีจำเป็นจะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชาพิจารณาให้ความเห็น นายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นๆ เป็นกรรมการเฉพาะเรื่องอีกจำนวนไม่เกินสองคนเข้าร่วมพิจารณาก็ได้ กรรมการเฉพาะเรื่องนี้มีสิทธิออกเสียงลงมติในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องนั้นๆ ด้วย

                การพิจารณาผลงานของผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ให้พิจารณาตามสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง หรือหลายสาขาร่วมกัน ดังนี้ (๑) มนุษยศาสตร์ (๒) ศึกษาศาสตร์ (๓) วิจิตรศิลป์ (๔) สังคมศาสตร์ (๕) นิติศาสตร์ (๖) วิทยาศาสตร์ (๗) วิศวกรรมศาสตร์ (๘) แพทยศาสตร์ (๙) เกษตรศาสตร์ หรือ (๑๐) สาขาวิชาการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พิจารณาเห็นสมควรให้คณะกรรมการเสนอผลการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว จึงให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอเรื่องไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานต่อไป

เรียบเรียงจาก ทรงสรรค์ นิลกำแหง. (กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๑). "เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา บำเหน็จของผู้กล้าหาญทางปัญญาความรู้ให้เป็นคุณแก่แผ่นดิน" วารสารไทย. ๒๙(๑๐๗) : ๔๖-๕๑.

   

รายนามคณาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

ประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาสตราจารย์ ดร.สถิตย์ สิริสิงห สาขาวิทยาศาสตร์ (ด้านวิทยาภูมิคุ้มกัน)
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ศาสตราจารย์ ดร. ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์  สาขาวิทยาศาสตร์
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ศาสตราจารย์ ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ศาสตราจารย์ ดร.สกล พันธุ์ยิ้ม สาขาวิทยาศาสตร์
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ศาสตราจารย์ ดร.ประพนธ์ วิไลรัตน์ สาขาวิทยาศาสตร์
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิชัย ริ้วตระกูล สาขาวิทยาศาสตร์
  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ประเสริฐ โศภน สาขาวิทยาศาสตร์
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อมเรศ ภูมิรัตน สาขาวิทยาศาสตร์
   
   

เอกสารประกอบ