การจัดอันดับมหาวิทยาลัยด้วย Webometrics
: ข้อเท็จจริงที่ควรทราบ
โดย ..
รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุลุ (scras@mahidol.ac.th)
http://stang.sc.mahidol.ac.th
1 กันยายน 2553
ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
ด้วยระบบ Webometrics Ranking (ประกาศผลการจัดอันดับ
ในเดือนมกราคม และเดือนกรกฎาคม ของทุกปี)
อันดับของประเทศ/ อันดับของเอเชียอาคเนย์
/ อันดับของโลก
มหาวิทยาลัย |
Jan'
2007
|
July'
2007 |
Jan'
2008 |
July'
2008 |
|
6
/ 8 / 896 |
3 / 5 / 672 |
1 / 2 / 309 |
1 / 2 / 384 |
|
|
2 / 4 / 527 |
2 / 3 / 443 |
2 / 3 / 442 |
|
2
/ 4 / 577 |
1 / 3 / 516 |
3 / 5 / 477 |
3 / 5 / 542 |
|
7 / 9 / 909 |
9 / 11 / 916 |
5 / 8 / 802 |
4 / 6 / 739 |
|
5
/ 7 / 894 |
6 / 8 / 866 |
6 / 9 / 806 |
6 / 10 / 848 |
|
4
/ 6 / 861 |
5 / 7 / 805 |
7 / 10 / 841 |
7 / 11 / 876 |
|
8
/ 11 / 1009 |
8 / 10 / 887 |
9 / 13 / 883 |
9 / 14 / 936 |
|
3
/ 5 / 721 |
4 / 6 / 772 |
4 / 6 / 707 |
5 / 7 / 740 |
มหาวิทยาลัย |
Jan'
2009 |
July'
2009 |
Jan'
2010 |
July'
2010 |
|
1 / 2 / 295 |
1 / 2 / 175 |
2 / 3 /338 |
3 / 4 /392 |
|
2 / 3 / 369 |
2 / 3 / 320 |
4 / 5 / 398 |
2 / 3 / 388 |
|
3 / 4 / 418 |
3 / 4 / 346 |
1 / 2 / 229 |
1 / 2 / 310 |
|
4 / 6 / 548 |
4 / 5/ 411 |
3 / 4 / 381 |
4 / 6 / 481 |
|
6 / 9 / 675 |
5 /7 / 505 |
7 / 12 / 700 |
7 / 12 / 752 |
|
5 / 8 / 633 |
6 / 9/ 587 |
5 / 7 / 478 |
5 / 7 / 505 |
|
7 / 11 / 680 |
7 / 11 / 664 |
6 / 9 / 567 |
6 / 11 / 619 |
|
8 / 12 / 709 |
8 / 24 / 1,057 |
8 / 15 / 770 |
8 / 17 /829 |
( รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ดูได้ที่ http://stang.sc.mahidol.ac.th/text/ranking.htm
)
Cybermetrics
หรือ Webometrics คืออะไร
เป็นศาสตร์ใหม่ เป็นการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ของเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ
บนระบบอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลความรู้ทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์
โดยมีความเชื่อว่า เว็บไซต์จะสามารถสะท้อนผลงานและกิจกรรมของบรรดาศาสตราจารย์
อาจารย์หรือนักวิจัยของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันได้ดี ทั้งในรูปแบบเป็นทางการ
เช่น e-journals, repositories อื่นๆ หรือแบบไม่เป็นทางการ เช่น scholarly
communication การเผยแพร่ผลงานไม่ว่าจะเป็น บทความวิจัย เอกสารการประชุมวิชาการ
หนังสือ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย หรือ pre-print ต่างๆ โดยผ่าน
web publications มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า และยังคงสามารถรักษามาตรฐานของระบบ
peer review ที่ใช้สำหรับบทความวิจัยได้เช่นเดิม มีผู้อ่านหรือเข้าถึงจำนวนมากกว่า
หรือที่เรียกกันว่าเป็น "Open Access Initiatives"
นอกจากนั้น ยังรวมถึง เอกสารประกอบการสอน สื่อการสอน มัลติมีเดีย
ฐานข้อมูล ห้องสมุดดิจิตัล เอกสารจากการสัมมนา ข้อมูลทั่วไปของมหาวิทยาลัย
คณะ สถาบัน ภาควิชา กลุ่มวิจัย หน่วยงานบริการ หรือแม้กระทั่งข้อมูลของแต่ละบุคคล
เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน
ภาครัฐ หรือสังคม สามารถตรวจสอบและเข้าถึงแหล่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยได้ง่ายขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมหาวิทยาลัยในประเทศที่กำลังพัฒนา ตัวชี้วัด
Web indicators จะใช้พื้นฐานและหลักการที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด scientometric
และ bibliometric indicators แบบเดิม โดยมีเป้าหมายหลัก คือทำให้ web
publications ไม่เป็นเพียงแค่การกระจายและเผยแพร่ความรู้เท่านั้น แต่จะสามารถเป็นดัชนี้ชี้วัดปริมาณ
(volume) การปรากฎตัวบนอินเตอร์เน็ต (visibility) และผลกระทบการอ้างอิง
(impact) ของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นได้ด้วย
การสร้าง Web Indicators : ใช้ search engines ที่สามารถสืบค้นผลงานทางวิชาการ
รวมทั้งสามารถวัด การปรากฎตัวบนอินเตอร์เน็ต (Visibility) และวัดผลกระทบการอ้างอิง
(Impact) ได้ เช่น
- Search Engines ทั่วไป ได้แก่ Google, Yahoo, Live Search, Exalead
- Search Engines ทางวิชาการ ได้แก่ Google Scholar
- ใช้ "Link Analysis"
นอกเหนือจาก "Citation Analysis"
โดยการใช้ Web Impact Factor
(WIF)
ซึ่งเป็นดัชนีที่พัฒนาโดย Peter Ingwersen เมื่อปี 1998 เป็น Web indicator สำหรับวัดและจัดอันดับ link analysis โดยมี indicators อื่นๆ อีก 4 ตัว ในการคำนวณ คือ
- Size (S) หมายถึง จำนวนเว็บเพจ จากเว็บไซต์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้
domain
เดียวกัน (เช่น .mahidol.ac.th) ที่สืบค้นได้โดย Search Engines
- Visibility (V) หมายถึง
จำนวน external
links ที่ได้รับ (inlinks) มีการเชื่อมโยงหรืออ้างอิงมาจากภายนอก สืบค้นโดยใช้
search
engines เช่น Yahoo
และใช้ syntax ในการค้น เช่น linkdomain:mahidol.ac.th site:mahidol.ac.th
- Rich Files (R) หมายถึง
จำนวนแฟ้มข้อมูล หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งหมดที่อยู่ภายใน
domain เดียวกัน ในรูปของ Acrobat (pdf), PostScript
(ps), MS Word (doc), MS Powerpoint (ppt), MS Excel (xls)
- Scholar (Sc) หมายถึง
จำนวนบทความวิชาการ และการอ้างอิงบทความทางวิชาการ ที่ปรากฎภายใน
domain ของมหาวิทยาลัย และสามารถสืบค้นได้ด้วย google scholar
จากนั้นใช้สูตรคำนวณ
Webometrics
Rank (position)= 4*RankV + 2*RankS + 1*RankR + 1*RankSc
(หมายเหตุ : ปัจจุบัน ใช้เฉพาะ visibility แต่ยังไม่ได้ใช้ Link popularity หรือจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ในการคำนวณค่าเพื่อการจัดอันดับ)
ข้อสังเกต จากการจัดอันดับโดยวิธีของ Webometrics
Ranking :
- ผลการจัดลำดับสอดคล้องกับ Essential Science Indicators
(ESI) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ผลงานวิจัยและการอ้างอิงผลงานวิจัย
ของ Thomson
Reuters
- สอดคล้องกับ Rankings อื่นๆ เช่น Academic Ranking of World Universities
(ARWU) ของ
Shanghai Jiao Tong
University , Times Higher World University
Rankings
- บางสาขาวิชาที่มีผลงานไม่ค่อยดีนักเมื่อใช้
bibliometirc
data เช่น สาขามนุษยศาสตร์
สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี ผลการจัดลำดับจะดีขึ้นเมื่อใช้ web data
- มหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยเปิด
หรือสอนทางไกล สามารถติดอันดับสูงได้โดยใช้วิธีนี้
- มหาวิทยาลัยต่างๆ ในอเมริกาได้รับการจัดอันดับที่สูงมาก
เมื่อเปรียบเทียบกันมหาวิทยาลัยในยุโรปซึ่งมีลำดับที่ต่ำกว่าความคาดหมาย
- บางมหาวิทยาลัยในประเทศที่กำลังพัฒนา
มีอันดับที่ต่ำลงมากอย่างเห็นได้ชัด (อาจเนื่องมาจากภาษา นโยบาย
และข้อจำกัดของสถาบัน)
ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงเว็บไซต์ภายในมหาวิทยาลัย
- ทุกเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้มหาวิทยาลัย
ควรอยู่ภายใต้ institutional
domain เดียวกัน
- การสร้างข้อมูลบนเว็บไซต์จะทำได้ดี
จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากคนกลุ่มใหญ่ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้บรรดาอาจารย์
นักวิจัย บุคลากร และนักศึกษามีส่วนร่วม ช่วยกันสร้าง เขียน หรือพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการบนเว็บไซต์
มีหน่วยงานกลางรับผิดชอบคู่มือแนะนำ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
ห้องสมุด ศูนย์เอกสาร หรือหน่วยงานบริการสารสนเทศ รับผิดชอบการสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่
ทั้งที่เป็นข้อมูลบรรณานุกรม และคลังเอกสารฉบับเต็มของสิ่งพิมพ์
วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย และ pre-prints
ต่างๆ และสนับสนุนให้บุคลากรของมหาวิทยาลัย
จัดทำเว็บไซต์ส่วนบุคคลหรือกลุ่มวิจัย เพื่อจัดเก็บข้อมูลผลงานทางวิชาการของตน
นอกจากนั้น การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการ
สมาคมวิชาชีพต่างๆ ที่มีการจัดทำวารสารวิชาการแบบ e-journals
จะมีส่วนเพิ่ม visibility ของเว็บไซต์ได้
- การสร้างข้อมูลบนเว็บไซต์จะทำได้ดี
จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากคนกลุ่มใหญ่ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้บรรดาอาจารย์
นักวิจัย บุคลากร และนักศึกษามีส่วนร่วม ช่วยกันสร้าง เขียน หรือพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการบนเว็บไซต์
มีหน่วยงานกลางรับผิดชอบคู่มือแนะนำ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
ห้องสมุด ศูนย์เอกสาร หรือหน่วยงานบริการสารสนเทศ รับผิดชอบการสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่
ทั้งที่เป็นข้อมูลบรรณานุกรม และคลังเอกสารฉบับเต็มของสิ่งพิมพ์
วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย และ pre-prints
ต่างๆ และสนับสนุนให้บุคลากรของมหาวิทยาลัย
จัดทำเว็บไซต์ส่วนบุคคลหรือกลุ่มวิจัย เพื่อจัดเก็บข้อมูลผลงานทางวิชาการของตน
นอกจากนั้น การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการ
สมาคมวิชาชีพต่างๆ ที่มีการจัดทำวารสารวิชาการแบบ e-journals
จะมีส่วนเพิ่ม visibility ของเว็บไซต์ได้
- เว็บไซต์ของหน่วยงานหรือสถาบันควรได้รับการ
link
จากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรืออยู่ใน
web directories ที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบเว็บเพจที่ไม่ได้รับการ
link จากภายนอกด้วย
สาเหตุอาจเป็นเพราะการออกแบบไม่ดี ข้อมูลไม่ดี ใช้ภาษาไม่สากล หรือมีคุณภาพต่ำ
- เอกสารควรใช้ภาษาอังกฤษ
ซึ่งเป็นสากล โดยเฉพาะหน้าหลักของเว็บไซต์ และเอกสารทางวิชาการ
- แม้ว่าการจัดทำเว็บส่วนใหญ่จะใช้
html
แต่ควรจัดทำเป็น rich file formats ด้วย โดยเฉพาะ pdf, doc นอกจากนั้น ควรจัดทำ web repositories อื่นๆ เช่น วิดีโอ บทสัมภาษณ์ สไลด์นำเสนอ
ภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งจะมีประโยชน์ในระยะยาว
- ควรหลีกเลี่ยง
Flash,
Java, JavaScript, Deep nested directories, ฐานข้อมูล
หรือการใช้ dynamic
pages มากๆ เนื่องจากอาจทำให้ robot access ของ search engines ค้นหาไม่พบ
- ควรตรวจสอบและวิเคราะห์สถิติการเข้าใช้เว็บ
หน้าเว็บยอดนิยมที่ถูกเรียกใช้บ่อย หรือ keywords ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลจากเว็บเพจ
- ควรมีการจัดเก็บหรือทำสำเนาข้อมูลเดิมบนเว็บไซต
์ก่อนทำการปรับปรุงทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสูญหายของเว็บเพจ
- ควรตั้งชื่อ
title
หรือ descriptive metatags ของเว็บเพจให้สื่อความหมาย เพื่อเพิ่ม visibility ของเว็บ อาจใช้มาตรฐานของ Dublin Core เพื่อบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียน คำสำคัญ
หรือข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับเว็บไซต์
รายการอ้างอิง
- Webometrics - Ranking Web of World Universities.
- WIKIPEDIA
- Webometrics Ranking of World Universities.
- Cybermetrics. Electronic Journal
of Scientometrics, informatics, and bibliometrics.
- Aguillo, I.
F.; Granadino, B.; Ortega, J. L.; Prieto, J. A. (2006). Scientific research activity
and communication measured with cybermetric indicators. Journal
of the American Society for the Information Science and Technology,
57(10): 1296 - 1302.
- Aguillo, Isidro F. and Granadino,
Bego?a and Prieto, Jos? Antonio and Ortega, Jos? Luis (2005) World Universities' ranking
on the Web. In Proceedings 10th International Conference of
the International Society for Scientometrics and Informetrics,
Stockholm (Sweden).
- Isidro F. Aguillo, Bego?a
Granadino, Jose Luis Ortega and Jose Antonio Prieto. (2005). What
the Internet says about Science: Universities can be ranked based
on web indicators. The Scientist, 19(14): 10.
- Isidro F. Aguillo. Web
Indicators : Evidence of an academic digital divide (.ppt)
- Small-World Link Structures across an Academic
Web Space - a Library and Information Science Approach. Ph.D.
Thesis in webometrics.
- Noruzi, Alireza (2006).
The Web Impact
Factor: A Critical Review. The Electronic Library, 24(4):
490-500.
- ESI Special Topics / Incites
- PSU
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก
- World
Universities ranking on the web (ล่าสุด July'2005) ให้ kasetsart
U. ติดอยู่ในอันดับ 1 ของไทย!!
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ติดอันดับ 2 ของไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกบนเว็บ
- มก.
ได้รับรางวัลเว็บไซต์ยอดเยี่ยม อันดับ 1 ในหมวดมหาวิทยาลัย ในงาน
truehits.net Web Award 2006.
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ยังคงถูกจัดเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศไทย เป็นปีที่สามติดต่อกันจากการจัดอันดับของ
Webometrics
- Webometrics
จัดอันดับจุฬาฯ เป็น ม.อันดับ 1 3 ปีซ้อน
- ม.อ.อันดับโลกดีสุด
จุฬาฯ ตาม แต่มหาวิทยาลัยไทยยังไม่ติดอันดับ 50 ม.ชั้นนำในเอเชีย
|