กฏหมายการบริหารงานบุคคลงบประมาณ การเงิน และบัญชีข้อบังคับการเงินข้อบังคับพัสดุ

ข้อบังคับพัสดุ

สรุปจากการบรรยายเรื่อง ข้อบังคับพัสดุ โดย คุณฉวีวรรณ ลิ้มวัฒนพันธ์ชัย หัวหน้างานพัสดุ กองคลัง มหาวิทยาลัยมหิดล ตาม โครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน สำหรับบุคลากรคณะวิทยาศาสตร์ รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552

ระเบียบปฏิบัติ

  1. ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2551
  2. ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

ระบบพัสดุ

วงจรการคลัง-พัสดุ

ระบบงบประมาณระบบพัสดุ
ระบบบัญชี ระบบการเงิน

วงจรระบบพัสดุ

ระบบการจัดหาการควบคุมพัสดุการจำหน่ายพัสดุ

ระบบการจัดหา

(ครุภัณฑ์ 100,000 บาทขึ้นไป ที่ดินสิ่งก่อสร้าง 2 ล้านบาทขึ้นไป)

ระบบงบประมาณ ต้องทำแผนการจัดหา –> กำหนด spec (แบบรูปรายการ) –> ดำเนินการจัดหา ตามข้อบังคับฯ –>

  • ทำสัญญา –> ส่งมอบพัสดุ (ทำหนังสือแจ้งการปรับ กรณีส่งพัสดุล่าช้า) –> ตรวจรับพัสดุ (อาจทำหนังสือแจ้งสงวนสิทธิการปรับ) –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชี
  • ทราบผลตรวจรับ/อนุมัติเบิกจ่ายเงิน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบการเงิน พร้อมเอกสารวางฎีกา –> ระบบการเงิน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชี

การควบคุมพัสดุ

วัสดุ

  • ตรวจรับวัสดุ –> รับเข้าคลังวัสดุ –> ลงบัญชีวัสดุ และลง Stock Card –>
  • การเบิกจ่าย –> ผู้ใช้ส่งใบเบิกวัสดุ –> ผู้สั่งจ่ายตรวจสอบและตัดจ่ายจากบัญชีวัสดุ –> อนุมัติสั่งจ่าย –>
  • จ่ายวัสดุ –> ตัดจ่ายจาก Stock Card –> ทุกสิ้นเดือนสรุปยอดใช้ไป/คงเหลือ เข้าระบบบัญชี

กรณียอดคงเหลือต่ำกว่าจุดต่ำสุด ให้เสนอจัดหาวัสดุเข้าคลัง

ครุภัณฑ์

  • ตรวจรับครุภัณฑ์ –> ลงทะเบียนทรัพย์สิน / กำหนดเลขครุภัณฑ์ –> ส่งหน่วยงานผู้ใช้พร้อมสำเนาทะเบียน / ทุกสิ้นเดือนรายงานมูลค่าทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคาเข้าระบบบัญชี
  • ครุภัณฑ์ชำรุด –> แจ้งซ่อม –> ตรวจสอบประวัติการซ่อม –> ดำเนินการตามระบบการจัดหา –> ลงประวัติซ่อม –> ลงทะเบียนทรัพย์สิน

อาคาร/สิ่งปลูกสร้าง

  • ตรวจรับอาคาร/สิ่งปลูกสร้าง –> แยกมูลค่าครุภัณฑ์ออกจากราคาค่าก่อสร้าง –> ลง ทะเบียนทรัพย์สิน (ครุภัณฑ์) หรือ ทะเบียนทรัพย์สิน (อาคาร/สิ่งปลูกสร้าง) –> ส่งหน่วยงานผู้ดูแล พร้อมสำเนาทะเบียน
  • อาคาร/สิ่งปลูกสร้าง ชำรุด –> แจ้งซ่อม –> ตรวจสอบประวัติการซ่อม (ในทะเบียนทรัพย๋สิน) –> ดำเนินการตามระบบการจัดหา –> ลงประวัติซ่อม –> ลง ทะเบียนทรัพย์สิน (อาคาร/สิ่งปลูกสร้าง) –> ส่งหน่วยงานผู้ดูแล พร้อมสำเนาทะเบียน

ทุกสิ้นเดือน ส่งรายงานมูลค่าทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคา เข้าระบบบัญชี

ที่ดิน

ที่ดินที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ

  • ตรวจรับที่ดิน –> ลง ทะเบียนทรัพย์สิน (ที่ดิน) –> ส่งหน่วยงานผู้ดูแล พร้อมสำเนาทะเบียน / ทุกสิ้นเดือนส่งรายงานมูลค่าทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคา เข้าระบบบัญชี

ที่ดินราชพัสดุ

  • คำนวณราคาที่ดิน ตามราคาประเมินของกรมที่ดิน –> ลง ทะเบียนทรัพย์สิน (ที่ดิน) (ไม่ต้องรายงานมูลค่าทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคาเข้าระบบบัญชี)

การขอยืม ส่งคืน ให้ยืม รับคืนพัสดุ

วัสดุ

การขอยืม :

  • ผู้ยืม ส่งใบขอยืม –> ได้รับอนุมัติให้ยืม –> ตรวจรับวัสดุที่ขอยืม –> รับเข้าคลังวัสดุ –> ลงบัญชีวัสดุ / ลง Stock Card –> เบิก-จ่ายตามระบบเบิก-จ่ายวัสดุ / ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีตั้งเจ้าหนี้ : ยืมวัสดุ

การส่งคืน :

กรณีคืนเป็นวัสดุ :

  • ผู้ยืม ส่งใบขอคืนวัสดุ –> ได้รับอนุมัติให้คืน –> ตัดจ่ายวัสดุตามระบบเบิกจ่ายวัสดุ –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีล้างเจ้าหนี้ : ยืมวัสดุ

กรณีคืนเป็นเงิน :

  • ผู้ยืม ส่งใบขอคืนเป็นเงิน –> ได้รับอนุมัติให้คืน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบการเงิน เพื่อโอน/เบิกจ่าย เงินจ่ายเจ้าหนี้ : ยืมวัสดุ

กรณีไม่คืน :

  • ผู้ยืม ทำหนังสือขอไม่คืน –> ได้รับอนุมัติให้ไม่ต้องคืน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีล้างเจ้าหนี้ : ยืมวัสดุ

การให้ยืม :

  • ได้รับใบขอยืม –> อนุมัติให้ยืม –> ตรวจสอบและตัดจ่ายวัสดุ ตามระบบเบิกจ่ายวัสดุ –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีตั้งลูกหนี้ : ยืมวัสดุ –> ครบกำหนดเวลายืม –> ทวงคืน (เมื่อครบ 15 วัน)

การรับคืน :

กรณีรับคืนเป็นวัสดุ :

  • ได้รับใบขอคืนวัสดุ –> ได้รับอนุมัติให้รับคืน –> ตรวจรับวัสดุที่ได้รับคืน –> รับเข้าคลังวัสดุ –> ลงบัญชีวัสดุ / ลง Stock Card –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีล้างลูกหนี้ : ยืมวัสดุ

กรณีรับคืนเป็นเงิน :

  • ผู้ยืมส่งใบขอคืนเป็นเงิน –> ได้รับอนุมัติให้รับคืน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบการเงิน เพื่อรับเงินจากผู้ยืม –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีล้างลูกหนี้ : ยืมวัสดุ

กรณีไม่คืน :

  • ได้รับหนังสือไม่ขอคืนวัสดุ –> ได้รับอนุมัติให้ไม่ต้องคืน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชี เพื่อตัดเป็นหนี้สูญ –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีล้างลูกหนี้ : ยืมวัสดุ

ครุภัณฑ์

การขอยืม :

  • ผู้ยืม ส่งใบขอยืม –> ได้รับอนุมัติให้ยืม –> ตรวจรับวัสดุที่ขอยืม –> ลงข้อมูลทะเบียนขอยืมครุภัณฑ์

การส่งคืน :

กรณีคืนเป็นครุภัณฑ์ :

  • ผู้ยืม ส่งใบขอคืนครุภัณฑ์ –> ส่งคืนครุภัณฑ์ –> ได้รับอนุมัติให้คืน –> ล้างข้อมูลทะเบียนการยืมครุภัณฑ์

กรณีคืนเป็นเงิน :

  • ผู้ยืม ส่งใบขอคืนเป็นเงิน –> ได้รับอนุมัติให้คืน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบการเงิน เพื่อโอน/เบิกจ่ายเงินจ่ายผู้ให้ยืม –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีเบิกค่าใช้จ่าย –> ล้างข้อมูลทะเบียนการยืมครุภัณฑ์

กรณีไม่คืน :

  • ผู้คืนไม่ขอคืนพัสดุ แต่ขอรับมอบ/รับโอน/รับบริจาค –> ได้รับอนุมัติ –> ล้างข้อมูลทะเบียน การยืมครุภัณฑ์ –> ดำเนินการรับมอบ/รับโอน/รับบริจาค –> ลงข้อมูลเข้าระบบทรัพย์สิน
  • ผู้ยืมไม่สามารถคืนพัสดุได้ เช่น เกิดการสูญหาย เสียหาย และไม่สามารถชดใช้ได้ –> ผู้ยืมขอไม่คืนพัสดุ และขอไม่ชดใช้ –> ได้รับอนุมัติ –> ล้างข้อมูลทะเบียนการยืมครุภัณฑ์

การให้ยืม :

  • ได้รับใบขอยืม –> อนุมัติให้ยืม –> ส่งมอบครุภัณฑ์ที่ให้ยืม –> ลงข้อมูลทะเบียนให้ยืมครุภัณฑ์ –> ครบกำหนดเวลายืม –> ทวงคืน

การรับคืน :

กรณีคืนเป็นครุภัณฑ์ :

  • ได้รับใบขอส่งคืนครุภัณฑ์ —> ตรวจสอบครุภัณฑ์ที่ได้รับคืน –> อนุมัติรับคืน –> ล้างข้อมูลทะเบียนการให้ยืมครุภัณฑ์

กรณีคืนเป็นเงิน :

  • ได้รับใบขอคืนเป็นเงิน –> ได้รับอนุมัติให้รับคืน –> ส่งข้อมูลเข้าระบบการเงิน เพื่อรับเงินคืนค่าครุภัณฑ์จากผู้ยืม –> ส่งข้อมูลเข้าระบบบัญชีเป็นรายรับ / ล้างข้อมูลทะเบียนการให้ยืมครุภัณฑ์

กรณีไม่คืน :

  • กรณีขอรับมอบ/รับโอน/รับบริจาคแทน : ได้รับหนังสือจากผู้ยืมขอรับมอบ/รับโอน/รับบริจาคแทน –> ได้รับอนุมัติ –> ล้างข้อมูลทะเบียนการยืมครุภัณฑ์ –> ดำเนินการตามระบบจำหน่าย
  • กรณีไม่สามารถคืนพัสดุที่ให้ยืมได้ : ได้รับแจ้งจากผู้ยืม ขอไม่คืนพัสดุที่ยืมและไม่ขอชดใช้ –> ได้รับอนุมัติ –> ล้างข้อมูลทะเบียนการยืมครุภัณฑ์ –> ดำเนินการตามระบบจำหน่าย

การจำหน่ายพัสดุ

ตรวจสอบพัสดุประจำปี

ก่อนสิ้นปีงบประมาณ ไม่น้อยกว่า 60 วัน สำรวจพัสดุชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป เพื่อจำหน่าย และรายงานผลภายในวันที่ 5 ของปีงบประมาณใหม่ โดยประเมินราคาตามสภาพของทรัพย์สิน ไม่ใช่มูลค่าทางบัญชี

  • แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคาพัสดุที่จะจำหน่าย –> เสนอขอจำหน่าย ตามข้อบังคับฯ (ขายทอดตลาด แปรสภาพ ทำลาย) –>
    • นำส่งเงินที่ได้จากการขาย –> รับเข้าเป็นรายได้ของส่วนงาน –> ส่งรายงานเข้าระบบบัญชี
    • ส่งมอบพัสดุที่จำหน่าย –> ตัดจ่ายออกจากบัญชี/ทะเบียน –> ส่งรายงานเข้าระบบบัญชี
  • ในกรณีที่ขายอาคาร ถ้าเป็นที่ราชพัสดุ ต้องส่งเงินคืนกรมธนารักษ์ แต่ถ้าเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย ให้ส่งเข้าเงินรายได้

กรณีพัสดุสูญหาย

  • แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง (รายงานผลภายใน 60 วัน) ยกเว้นมีผู้รับชดใช้ ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการฯ
  • ไม่ปรากฎผู้รับผิด หรือมีผู้รับผิดแต่มีเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถชดใช้ได้ –> จำหน่ายพัสดุเป็นสูญ –> ตัดจ่ายออกจากทะเบียน –> แจ้งผู้มีอำนาจอนุมัติภายใน 30 วัน และ ส่งรายงานเข้าระบบบัญชี
  • ปรากฎผู้รับผิด –> รับผิดทางละเมิด –> ตัดจ่ายออกจากทะเบียน –> แจ้งผู้มีอำนาจอนุมัติภายใน 30 วัน และ ส่งรายงานเข้าระบบบัญชี
  • ปรากฎผู้รับผิด –> รับผิดทางละเมิด –> ชดใช้ เป็นพัสดุ –> ลงบัญชี / ทะเบียนพัสดุ
  • ปรากฎผู้รับผิด –> รับผิดทางละเมิด –> ชดใช้ เป็นเงิน –> ส่งเงินเข้าระบบการเงิน –> ส่งรายงานเข้าระบบบัญชี

รายได้ของมหาวิทยาลัย

ตามมาตรา 16 ของ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 รายได้ของมหาวิทยาลัย มีดังนี้

  1. เงินอุดหนุนทั่วไป ที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี
  2. เงินและทรัพย์สิน ซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
  3. เงินกองทุน ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น รายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนดังกล่าว
  4. ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ และค่าบริการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย
  5. รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ หรือจัดหาผลประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง ดูแล ใช้ หรือจัดหาประโยชน์
  6. รายได้ หรือผลประโยชน์อย่างอื่น

การจัดหา

ตามข้อบังคับ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มี 4 วิธี ได้แก่

  1. วิธีตกลงราคา วงเงินไม่เกิน 300,000 บาท
  2. วิธีประกวดราคา วงเงินเกิน 300,000 บาท
  3. วิธีคัดเลือก วงเงินเกิน 300,000 บาท
  4. วิธีพิเศษ วงเงินตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

การจัดหา ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 คือการจัดหาตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่รวมถึงการจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงาน การจัดหาด้วยวิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษ

อัตรา วงเงินในการจัดหา

  • วิธีตกลงราคา : การจัดหาครั้งหนึ่งมีราคาไม่เกิน 300,000 บาท ในกรณีเป็นพัสดุที่ต้องจัดหาในต่างประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายก่อน และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ ให้ดำเนินการได้ภายในวงเงินไม่เกิน 300,000 บาท
  • วิธีการประกวดราคา : การจัดหาครั้งหนึ่งมีราคาไม่เกิน 300,000 บาท
  • วิธีคัดเลือก : การจัดหาครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 300,000 บาท
  • การจัดหาพัสดุที่มีวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท ไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ผู้ดำเนินการจัดหา เป็นผู้ตรวจรับพัสดุ
  • การจัดหาพัสดุที่มีวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท ผู้ตรวจรับพัสดุอาจลงนามในใบส่งสินค้า/ใบส่งงาน รับรองว่าได้ตรวจรับพัสดุไว้ครบถ้วนและถูกต้องแล้ว และใช้เป็นเอกสารแทนใบตรวจรับได้
  • วงเงินสำหรับงานก่อสร้างหรืองานจ้างบริการ ที่มีวงเงินเกิน 3,000,000 บาท ต้องแต่งตั้งหรือว่าจ้างผู้ควบคุมงาน

คำนิยาม

  • พัสดุ หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง การบริการ การจ้างที่ปรึกษา
  • การพัสดุ หมายถึง การจัดหา การควบคุม การจำหน่าย และการดำเนินการอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
  • การจัดหา หมายถึง การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุ
  • การบริการสุขภาพ หมายถึง การตรวจวินิจฉัย รักษา ป้องกันโรค ฟื้นฟูสภาพและส่งเสริมสุขภาพ
  • ส่วนงาน หมายถึง สำนักงานสภามหาวิทยาลัย สำนักงานอธิการบดี วิทยาเขต คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์ และส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
  • หัวหน้าส่วนงาน หมายถึง รองอธิการบดีที่กำกับดูแลวิทยาเขต คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์ และหัวหน้าส่วนงานอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
  • ผู้มีอำนาจอนุมัติ หมายถึง อิการบดี หรือหัวหน้าส่วนงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีหรือหัวหน้าส่วนงาน
  • หัวหน้าหน่วยงาน หมายถึง หัวหน้าภาควิชา สำนักงาน กอง หรือที่เทียบเท่า

คณะกรรมการพัสดุมหาวิทยาลัย

มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  1. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ อัตรา วงเงิน และการดำเนินการต่างๆ ตามข้อบังคับนี้
  2. ตีความ และวินิจฉัยปัญหา เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับ
  3. พิจารณาการอนุมัติยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
  4. พิจารณาคำร้องเรียนเกี่ยวกับพัสดุ
  5. เสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งที่เกี่ยวกับพัสดุ
  6. กำหนดแบบ เอกสารหรือตัวอย่าง รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
  7. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
  8. อื่นๆ ที่เกี่ยวกับการพัสดุ ตามที่อธิการบดีมอบหมาย

อำนาจในการอนุมัติจัดหา

ตามข้อบังคับ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ข้อ 6

  1. อธิการบดี : มีอำนาจอนุมัติจัดหา ภายในวงเงินงบประมาณของมหาวิทยาลัย เว้นแต่การจัดหาโดยวิธีพิเศษ อธิการบดีมีอำนาจอนุมัติจัดหา ภายในวงเงิน 300 ล้านบาท กรณีวงเงินเกิน 300 ล้านบาท ให้เสนอสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ
  2. หัวหน้าส่วนงาน : มีอำนาจอนุมัติจัดหาได้ภายในวงเงิน 25 ล้านบาท เว้นแต่หัวหน้าส่วนงานที่อธิการบดีกำหนดให้มีอำนาจอนุมัติในวงเงินที่เกินกว่า 25 ล้านบาท
  3. อธิการบดี ได้กำหนดให้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ ร.พ. รามาธิบดี และคณะวิทยาศาสตร์ มีอำนาจในการจัดหาวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 50 ล้านบาท (คำสั่งที่ 5079/2551 ลว 30 ธ.ค. 2551)
  4. อธิการบดี ได้กำหนดอำนาจอนุมัติจัดหา ให้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ ร.พ. รามาธิบดี มีอำนาจในการจัดหาพัสดุที่ใช้ในการบริการสุขภาพ วงเงินจัดหาครั้งหนึ่งไม่เกิน 100 ล้านบาท (คำสั่งที่ 5080/2551 ลว 30 ธ.ค. 2551)

Admin 2009/05/03 00:18


Personal Tools