UN E-Government Survey : กรณีศึกษาประเทศบาห์เรน

รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล 11 กรกฎาคม 2553 10:00

วิเคราะห์สาเหตุ การที่ประเทศบาห์เรนได้รับรางวัล e-Government Award จากองค์การสหประชาติ

e-Government คืออะไร

องค์การสหประชาชาติได้ดำเนินโครงการที่มีชื่อว่า United Nations E-Government Survey 2010 เพื่อสำรวจประเมินวัดความพร้อมของการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ของบรรดาประเทศสมาชิกทั่วโลก 192 ประเทศ เป็นการปฏิรูปวิธีบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสื่อสารมาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงระบบการบริการแก่ประชาชน และหวังผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

การสำรวจประเมินขององค์การสหประชาชาติ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา และจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่เป็นประจำทุกปี (ครั้งก่อนหน้านี้คือ ปี 2008) และในปี 2010 ได้ประกาศผล world e-government rankings เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากจำนวนประเทศที่ติดอันดับสูงสุด 20 อันดับแรกของโลก (Top-20) ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) นำมาเป็นอันดับที่ 1 และมีคะแนนสูงสุดในทุกดัชนี (United Nations E-Government Survey, 2010)

e-Government Award เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายสื่อสารในการพัฒนาระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ การสำรวจเพื่อการจัดอันดับขององค์การสหประชาชาติในครั้งนี้ มีเกณฑ์วัดที่สำคัญคือ การพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government development) การให้บริการประชาชน (online service development) และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม (e-participation) นับเป็นความพยายามของประเทศต่างๆ จากทั่วโลกในการปฏิรูปวิธีบริหารจัดการของภาครัฐ สร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณะแก่ประชาชน ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าว มีส่วนช่วยผลักดันประเทศ ให้บรรลุตาม “เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสศวรรษ” Millennium Development Goals (MDGs) ในปี 2015 ขององค์การสหประชาชาติต่อไป (Manama, 2010)

ดัชนีชี้วัดการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

องค์การสหประชาชาติ ได้ทำการสำรวจประเมินวัดความพร้อมของการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ของบรรดาประเทศสมาชิก โดยเปรียบเทียบความสามารถในการนำ ICT มาใช้ในการให้บริการแก่ประชาชน และติดตามความก้าวหน้าของการให้บริการแบบ online services ของภาครัฐ ดัชนีการวัด E-Government development index ประกอบด้วยดัชนีย่อย 3 ด้าน คือ

  1. Online service index วัดสมรรถนะในการให้บริการแก่ประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ของภาครัฐโดยให้คะแนน online services ตามระดับของการพัฒนา ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ 1. emerging Information services (ให้บริการข้อมูลข่าวสาร) 2. enhanced information services (เพิ่มการสื่อสารแบบสองทาง) 3. transaction services (มีการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์) และ 4. connected approach (ใช้ web 2.0 อย่างเต็มรูปแบบ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐ ในลักษณะประชาชนเป็นศูนย์กลาง)
  2. Telecommunication infrastructure index วัดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศ เช่น สัดส่วนจำนวนประชากรที่มีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ต มีเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์หลัก โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
  3. Human capital index วัดความสามารถในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สัดส่วนของประชากรวัยผู้ใหญ่ที่มีความรอบรู้สารสนเทศ (Adult literacy rate) สัดส่วนของประชากรที่เข้าศึกษาต่อในชั้นประถม มัธยม และอุดมศึกษา (enrollment ratio) โดยใช้ข้อมูลจาก UNDP human development report 2009 ของ UNESCO

นอกจากนั้น ในปีนี้ องค์การสหประชาชาติยังได้เพิ่มดัชนีชี้วัดอีกตัวหนึ่งคือ e-participation index หรือดัชนีวัดการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารบ้างเมือง ให้ข้อมูลสารสนเทศแก่รัฐ ให้คำปรึกษาแก่รัฐ และช่วยรัฐตัดสินใจได้ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดธรรมาภิบาล (e-governance) มีความโปร่งใส ลดคอร์รัปชั่น และเกิดความเสมอภาคในการบริหารและการบริการของภาครัฐอีกด้วย (United Nations E-Government Survey, 2010)

ประเทศบาห์เรนได้รับรางวัลรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

บาห์เรนเป็นประเทศจากโลกอาหรับประเทศเดียวที่ได้รับรางวัล e-Government Award 2010 จากองค์การสหประชาชาติ ถึง 3 รางวัล (Zein, 2010) คือ

  1. รางวัล The Excellence Award for Best performance ทางด้าน e-Government Readiness ขององค์การสหประชาชาติ ประเทศบาห์เรนได้รับการจัดอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก อันดับที่ 3 ของเอเชีย และอันดับที่ 1 ของตะวันออกกลางและอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นอันดับที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา (positive change) ชี้ให้เห็นว่าประเทศบาห์เรนมีความพร้อมมาก ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างระบบบริการ
  2. รางวัล eGovernment portal สำหรับการบริการสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต เป็นรางวัลด้านการบริการภาครัฐ (Public Services) ที่เป็นเลิศ เน้นด้านความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการตอบสนองต่อการบริการแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลของประเทศบาห์เรนมี e-government portal สำหรับการบริการสาธารณะในลักษณะ one-stop service อยู่ที่ http://www.bahrain.bh
  3. รางวัลโครงการสถาปัตยกรรมองค์กรของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (The Enterprise Architecture Project) ในสาขาพัฒนาการจัดการความรู้ขั้นสูง (Advanced Knowedge Management)โครงการนี้รับผิดชอบโดย eGovernment Authority (eGA) มุ่งเน้นการสร้างกรอบกลยุทธ์ของ eGovernment เพื่อการรวมนโยบายและขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ของกระทรวงและสถาบันทุกแห่งของภาครัฐให้อยู่รวมกัน โดยใช้ระบบการจัดการสารสนเทศ ฐานข้อมูล และ ICT เป็นเครื่องมือ

เมื่อพิจารณารายละเอียดจากรายงาน United Nations E-Government Survey (2010) จะเห็นว่าประเทศบาห์เรนมีผลการพัฒนาระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก ส่วนดัชนีย่อยด้าน online service development อยู่ในอันดับที่ 8 ด้าน telecommunication infrastructure index อยู่ในอันดับที่ 19 ด้าน human capital อยู่ในอันดับที่ 65 และด้าน e-participation อยู่ในอันดับที่ 11 (โดยเลื่อนอันดับขึ้นมาจากปี 2008 มากถึง 25 อันดับ)

(United Nations E-Government Survey, 2010)

ภาพรวมของประเทศบาห์เรน

บาห์เรน หรือราชอาณาจักรบาห์เรน (Kingdom of Bahrain) เป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะ 33 แห่งในอ่าวเปอร์เซีย อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศซาอุดีอาระเบียประมาณ 15 ไมล์ มีจำนวนประชากรประมาณ 791,000 คน มีพื้นที่ 665 ตร.กม. เป็นที่ราบต่ำในทะเลทราย สภาพอากาศช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม-มีนาคม) อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 19-29 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูร้อน (เดือนเมษายน-ตุลาคม) อากาศร้อนชื้นอุณหภูมิอาจสูงถึง 49 องศาเซลเซียส มีการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี พ.ศ. 2514 เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจและการเงินเติบโตรวดเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศอาหรับ นโยบายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน มุ่งเน้นธุรกิจการกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าเสรี ธุรกิจการบริการ การเงินและการธนาคารของภูมิภาค ส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ รักษาเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศให้มั่นคง รวมทั้งเปิดระบบการธนาคารอิสลามระหว่างประเทศ ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2544 (Wikipedia, 2010)

ความคิดเห็นที่มีต่อปัจจัยแห่งความสำเร็จของบาห์เรน

ประเทศบาห์เรน มีปัจจัยพื้นฐานหลายประการที่เอื้อต่อความสำเร็จของการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ นั่นคือ เป็นประเทศที่เล็ก จำนวนประชากรน้อย (ไม่ถึง 8 แสนคน) แต่มีความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจและการเงินมาก มีความร่ำรวยเนื่องจากเป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ไข่มุก และการประมง เป็นทุนเดิม อีกทั้งรัฐบาลยังวางแผนกลยุทธ์เพื่อรองรับอนาคต ซึ่งทรัพยากรน้ำมันจะลดลง เรื่อยๆ โดยการขยายธุรกิจมุ่งสู่อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทางด้านการค้าเสรี ธุรกิจการบริการ การเงินและการธนาคาร จนกระทั่งในปัจจุบันนับว่า เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจและการเงินเติบโตรวดเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศอาหรับ และที่สำคัญเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมือง นับถือศาสนาอิสลาม มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และบริหารประเทศโดยนายกรัฐมนตรี

นอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานที่ดีเหล่านั้นแล้ว ประเทศบาห์เรนได้ดำเนินการตามเกณฑ์ชี้วัดต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติ ในการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาระบบการบริการสาธารณะแก่ประชาชนโดยใช้สื่อออนไลน์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งได้รับรางวัลติดต่อกัน เป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางการค้าเสรี และเป็นศูนย์กลางธุรกิจการบริการ นั่นเอง (eGovernment Excellence Award, 2010)

หากจะวิเคราะห์ โดยพิจารณาตามหลักการด้าน การจัดการสารสนเทศ (Information Management) ตามองค์ประกอบต่างๆ จะพบว่า

  1. การวางนโยบายและแผนการจัดการสารสนเทศ และการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นไปตามแผน รัฐบาลบาห์เรนได้ให้ความใส่ใจ มีนโยบายที่ชัดเจนและมุ่งมั่น และสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยจัดทำโครงการ Bahrain eGovernment Excellence Award 2010 มีเว็บไซต์อยู่ที่ http://www.egovawards.bh เพื่อจัดกิจกรรมประกวดแข่งขันการดำเนินงานด้านต่างๆ ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยแบ่งประเภทเป็น eService, eContent, eMaturity, eProject, eEconomy, eEducation และยังมีประเภท eConcept และ eCitizen สำหรับภาคประชาชน ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ให้มีส่วนร่วมเสนอแนวความคิดเพื่อการพัฒนา eGovernment ด้วย กิจกรรมดังกล่าวเพื่อผลักดันให้การพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปตามเป้าหมาย และในที่สุด ประเทศบาห์เรนสามารถประสบความสำเร็จ ได้รับการจัดอันดับจากองค์การสหประชาชาติให้อยู่ในลำดับที่ 13 ของโลก อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทางด้าน telecommunication infrastructure อยู่ในอันดับที่ 19 ซึ่งแสดงว่า การที่ประเทศมีเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่มั่นคง เช่นนั้น น่าจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะด้าน ICT ของประเทศ ให้มีความก้าวหน้า เป็นไปตามแผน และมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน
  2. การวิเคราะห์ความต้องการและพฤติกรรมการใช้สารสนเทศของกลุ่มเป้าหมาย มีข้อสังเกตว่า เว็บไซต์ eGeoverment Portal http://www.bahrain.bh ของประเทศบาห์เรน ซึ่งได้รับรางวัล online service development และอยู่ในอันดับที่ 8 ของโลก นั้น ไม่ได้เน้นในการออกแบบกราฟิกหรือจัดทำเพื่อความสวยงาม แต่จะเน้นเรื่องหาของการบริการอย่างครบครัน และเป็นบริการสำหรับทุกหน่วยงานในภาครัฐ ณ จุดเดียวแบบ one stop service โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปหลายเว็บไซต์ ตรงกับพฤติกรรมการใช้สารสนเทศของประชาชนที่ต้องการมาติดต่อกับภาครัฐอย่างสะดวกง่ายดาย เนื้อหามี 2 ภาษา ทั้งภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ เนื่องจากประเทศบาห์เรนเคยเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักร ดังนั้น จึงมีศักยภาพทางด้านภาษาเพียงพอที่จะสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ดี ทำให้สะดวกต่อชาวต่างชาติที่มาติดต่อ และส่งเสริมการแพร่กระจายสารสนเทศและความรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ที่สำคัญคือ web portal มีลักษณะของ social network / web 2.0 อย่างเต็มที่ มี interactive services ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐบาล มีบริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (mobile portal) รวมทั้งการมี Blog ของผู้บริหารระดับสูงของประเทศ จากผลการสำรวจเมื่อปี 2009 พบว่าประชาชนมีความพอใจบริการของ web portal นี้มากถึงร้อยละ 85 (United Nations E-Government Survey, 2010) แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดัชนีด้าน human capital index ซึ่งวัดความสามารถในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สัดส่วนของประชากรวัยผู้ใหญ่ที่มีความรอบรู้สารสนเทศ (Adult literacy rate) สัดส่วนของประชากรที่เข้าศึกษาต่อในชั้นประถม มัธยม และอุดมศึกษา (enrollment ratio) กลับอยู่ในอันดับที่ 65 ซึ่งไม่ค่อยดีนัก (อยู่เหนือประเทศไทย 1 อันดับ) เรื่องนี้อาจเป็นจุดอ่อนของประเทศบาห์เรนที่ต้องหาทางพัฒนา
  3. การประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ในการขับเคลื่อนองค์กร ประเทศบาห์เรนได้รับรางวัลการออกแบบโครงการสถาปัตยกรรมองค์กร ในสาขาพัฒนาการจัดการความรู้ขั้นสูง (Advanced Knowedge Management) ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า รัฐบาลของประเทศนี้มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการองค์กร โดยกำหนดมาตรฐานและการดำเนินงานของทุกหน่วยงานภายใต้รัฐ ให้เป็นระบบเดียวกันโดยใช้ ICT เป็นเครื่องมือ ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า The Enterprise Architecture Project http://www.ega.gov.bh ทั้งนี้ เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนของหน่วยงาน ลดขั้นตอนที่ล่าช้าของระบบราชการ ลดต้นทุนในการดำเนินการ และเน้นความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นหลัก บนเว็บไซต์มีคลังความรู้ต่างๆไว้คอยบริการและเชิญชวนให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ (sharing knowledge and resources) ในระหว่างผู้ใช้บริการและหน่วยงานพันธมิตรของรัฐบาล นอกจากนั้น การใช้ระบบเดียวกันร่วมกันทุกหน่วยงาน ยังทำให้เกิดประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในระดับผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการอีกด้วย โครงการนี้อยู่ภายใต้การนำของ eGovernment Authority CEO และได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากรัฐบาล
  4. การกำหนดนโยบายด้านจริยธรรมสารสนเทศ ประเทศบาห์เรนมีดัชนีด้าน e-participation อยู่ในอันดับที่ 11 (โดยเลื่อนอันดับขึ้นมาจากปี 2008 มากขึ้นถึง 25 อันดับ) แสดงว่ารัฐบาลมีกลไกที่จะผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารบ้างเมือง และสนับสนุนให้เกิดธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และเกิดความเสมอภาคในการบริหารจัดการภาครัฐ (e-governance) ใน eGovernment Portal http://www.bahrain.bh มีการประกาศรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรบาห์เรน ประกาศกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน และมีรายละเอียดในเรื่องของการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ e-transaction, e-signature สิทธิ์ในการทำสำเนาเอกสาร สิทธิ์ในการรับส่งและการจัดเก็บข้อมูล และมีการกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดด้วย

บทสรุปสำหรับประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย จากผลการจัดอันดับของ e-government development ranking 2010 อยู่ในอันดับที่ 76 ของโลก โดยมีค่าคะแนนอยู่ที่ 0.4653 (จากคะแนนเต็ม 1.0000) ซึ่งเป็นอันดับที่ลดลงไปอีกจากปีที่ผ่านมา และหากแยกย่อยตามดัชนีด้าน online service index หรือเว็บบริการ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 67 ด้าน telecommunication infrastructure index อยู่ในอันดับที่ 94 (ต่ำกว่าประเทศเวียดนาม) และด้าน human captial index อยู่ในอันดับที่ 66 ซึ่งยังห่างไกลกับประเทศบาห์เรน หรือแม้กระทั่งเพื่อนบ้านในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ค่อนข้างมาก ดังนั้น การนำบทสรุปโครงการ United Nations E-Government Survey ในแต่ละปีที่ผ่านมา มาวิเคราะห์และติดตาม น่าจะทำให้ทราบปัญหา จุดอ่อนของประเทศ และพยายามช่วยกันหาทางปรับปรุงแก้ไข เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยต่อไป

รายการอ้างอิง


Personal Tools