Web 2.0 กับงานห้องสมุด

รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล 2009/06/17 05:55

“ประสบการณ์การนำ Web 2.0 มาใช้กับงานของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข”
เอกสารประกอบการบรรยาย ในการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “Web 2.0 กับงานห้องสมุด”
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2552 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
download ได้ที่ http://stang.sc.mahidol.ac.th/wiki/doku.php?id=web_2.0

ความเป็นมา

ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เริ่มเปิดบริการห้องสมุดออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ที่ http://stang.sc.mahidol.ac.th นับตั้งแต่ พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ในสมัยเริ่มแรกเป็นการสื่อสารกับผู้ใช้บริการแบบทางเดียว ต่อมาได้เริ่มมีการปฏิสัมพันธ์กันบ้าง ผ่านทางอีเมล ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้ผลดีตราบจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการส่งจากอีเมลกลาง lisc@mahidol.ac.th กระจายไปยังคณาจารย์และบุคลากรภายในคณะฯ เพื่อแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ และแจ้งผลการสั่งซื้อหนังสือ อย่างไรก็ตาม การให้บริการผ่านทางเว็บไซต์ของห้องสมุด (Official website) มีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ต้องดำเนินการโดยผู้ดูแลเว็บไซต์ (webmaster) ที่มีความรู้ในการใช้โปรแกรมพัฒนาเว็บ จำนวนไม่กี่คน ต้องใช้พื้นที่บนเครือแม่ข่ายของหน่วยงาน ทำให้ไม่สะดวกในการ update ข้อมูลใหม่ๆ ตลอดเวลา แบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน และที่สำคัญ ทางห้องสมุดไม่สามารถรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการได้

ต่อมา ได้เริ่มมีการจัดทำกล่องรับความคิดเห็นแบบออนไลน์ (suggestion box) และมีบริการ Instant Messaging (IM) หรือ Library Chat ที่อีเมล stang-librarian@hotmail.com แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก มีการจัดทำกระดานสนทนา (เว็บบอร์ด)เฉพาะกิจต่างๆ ขึ้น ตามความสนใจของชุมชน (community) เช่น


บุคลากรของห้องสมุดหลายคนได้ช่วยกันดูแลและตอบกระทู้ในเว็บบอร์ดที่ห้องสมุดสร้างขึ้นเอง และเข้าไปตอบและตั้งกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับงานห้องสมุด ในเว็บบอร์ดของผู้อื่นที่อยู่ภายในคณะฯ นับเป็นการเริ่มต้นการสื่อสารแบบสองทางกับผู้ใช้บริการกันบ้างแล้ว และได้ผลตอบรับจากนักศึกษา บุคลากร รวมทั้งประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี

และด้วยเหตุผลที่ว่า ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข เป็นหน่วยงานในสังกัด งานสารสนเทศและห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ซึ่งมีภารกิจหลักทางด้านสารสนเทศและการจัดการความรู้ขององค์กร (Content and Knowledge Management) เป็นผู้รับผิดชอบงานพัฒนาเว็บไซต์ต่างๆ ขององค์กรด้วย นอกเหนือจากการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อการบริการของห้องสมุด และประสานการทำงานกับฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ดังนั้น การบริหารจัดการข้อมูล สารสนเทศ และองค์ความรู้ขององค์กรผ่านทางอินเทอร์เน็ต จึงเป็นภารกิจที่สำคัญของห้องสมุด ประกอบกับในปัจจุบัน กระแสของเทคโนโลยี web 2.0 เริ่มมาแรง เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ทางห้องสมุดจึงได้ทดลองเปิดคอลัมน์ “สารพันเรื่องราว เล่าสู่กันฟัง” ในรูปแบบเว็บบล็อกขึ้น โดยใช้โปรแกรม wordpress มีชื่อบล็อกว่า http://stanglibrary.wordpress.com

บล็อก (Blogs)

เว็บบล็อกของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข มีชื่อว่า Stang Mongkolsuk Library Blog มีเว็บไซต์อยู่ที่ http://stanglibrary.wordpress.com แนวความคิดคือ การเขียนเล่าเรื่องราวข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น และเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เช่น ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของห้องสมุด แนะนำฐานข้อมูลใหม่ๆ ที่น่าสนใจ แนะนำและทำ links ไปยังเว็บเพจต่างๆ ของคณะ และมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์องค์กร รวมทั้งเล่าเรื่องราวเกร็ดความรู้ทั้งเชิงวิชาการ เช่นความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรม ดูงาน และเล่าเรื่องราวสนุกสนานบันเทิงเพื่อความจรรโลงใจให้แก่ผู้อ่าน ซึ่งเป็นนักศึกษาและบุคลากรภายในองค์กร และประชาชนทั่วไปที่แวะผ่านมา search พบข้อความในบล็อกนี้ โดยการค้นหาจาก Google

ความสะดวกอยู่ที่ การเขียนบล็อกสามารถทำได้ง่ายด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการพัฒนาเว็บไซต์ถึงขั้น webmaster ดังนั้น จึงตามมาด้วยการเขียนบล็อกส่วนตัวของบุคลากรห้องสมุด เป็นการเขียนบล็อกตามอัธยาศัย ตามความชอบ และความถนัดส่วนบุคคล แต่แฝงไว้ซึ่งการถ่ายทอดเกร็ดความรู้ให้แก่ผู้อ่าน ตามประสาคนทำงานห้องสมุด ตัวอย่างเช่น

และนอกจากนั้น ห้องสมุดยังช่วยเขียนข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัย ผ่านทางเว็บบล็อกที่ชื่อ Mahidol University PR Blog http://mahidoluniversity.wordpress.com (เริ่มเดือนกันยายน 2551) อีกด้วย

ความเชื่อมโยงของบล็อกกับ Social Networks ชนิดอื่นๆ

นอกจากการเชื่อมโยง (link) ข้อความที่เขียนขึ้นในบล็อก ไปยังเว็บเพจต่างๆ ที่อยู่ภายในเว็บไซต์หลัก (official website) ของห้องสมุดแล้ว โปรแกรม wordpress ที่ใช้ในการสร้างบล็อกยังมี Widgets หรือโปรแกรมเล็กๆ ที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงต่อไปยัง web 2.0 softwares อื่นๆ ได้ด้วย เช่น Flickr, Delicious (del.icio.us), Twitter เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน โปรแกรมประเภท social networking ทั้งหลาย มักจะสามารถเชื่อมโยงต่อกันได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยใช้โปรแกรมเล็กๆ ที่เรียกว่า Widget, Gadget หรือ Plugin นั่นเอง

ไมโครบล็อก

เท่าที่สังเกตดู พบว่า มีการใช้ไมโครบล็อก ที่เรียกว่า Twitter กันอย่างกว้างขวางในวงการห้องสมุดทั่วโลก โดยมีบรรณารักษ์ที่เก่งๆ ห้องสมุด หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่มีชื่อเสียง ทำตัวเป็น Librarian Tweeter (หมายถึงผู้ใช้ Twitter) เขียนข้อความสั้นๆ ให้ติดตามความคืบหน้ากันอย่างใกล้ชิด แทบจะเป็นข่าวรายวันกันเลยทีเดียว web 2.0 ชนิดนี้ มีลักษณะที่เรียกว่า “What are you doing ?” หรือ “Follow me” ตัวอย่างเช่น

Library of Congresshttp://twitter.com/librarycongress
ALA Libraryhttp://twitter.com/ALALibrary
Yale Science libraryhttp://twitter.com/yalescilib
Library Journalhttp://twitter.com/LibraryJournal


(Twitter ที่เราติดตามข่าวของเขา เรียกว่า “Following” ส่วน Twitter ที่ติดตามข่าวเว็บของเรา เรียกว่า “Followers”)

ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข เพิ่งจะเริ่มต้นใช้ Twitter เมื่อเดือนมิถุนายน 2552 โดยใช้ Twitter เป็น Widget ตัวหนึ่งที่เชื่อมต่อกับเว็บบล็อกที่มีอยู่เดิม เพื่อความเป็น web 2.0 และใช้สำหรับประชาสัมพันธ์ข่าวห้องสมุด รวมทั้งติดตามข่าวของคนในวงการห้องสมุดด้วยกัน

Stang Libraryhttp://twitter.com/stanglibrary
Rucharekahttp://twitter.com/ruchareka


Media Sharing

ในการเขียนบล็อก โดยมากมักจะมีการใช้รูปภาพประกอบ ซึ่งสามารถ upload ไปฝากไว้ที่ wordpress ได้ แต่ถ้าต้องการแสดงเป็นภาพชุด ในลักษณะของ Photo album ซึ่งใช้พื้นที่มาก ห้องสมุดอาจเก็บภาพชุดไว้ในเครื่องแม่ข่าย web server ของตนเองก็ได้ แต่ถ้าทำงานในลักษณะ web 2.0 อาจใช้โปรแกรมประเภท Photo sharing เช่น Flickr ทำการจัดเก็บภาพชุดจำนวนมากในลักษณะเป็น Photostream และสามารถแบ่งปันภาพให้แก่ผู้อื่นจากทั่วโลก โดยการกำหนด Tag หรือ Keyword กำกับแต่ละภาพ เพื่อช่วยให้ค้นหากันเจอ เป็นต้น

บล็อกของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ได้ใช้ Flickr เป็น widget ในการจัดเก็บและแสดงภาพบรรยากาศภายในห้องสมุด ภาพบรรยากาศสถานที่ของคณะฯ การจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน แต่หากเป็นบล็อกส่วนตัวของบุคลากร อาจใช้เก็บภาพถ่ายของการท่องเที่ยวทัศนศึกษาในโอกาสต่างๆ หรือภาพที่ตนเองชื่นชอบ ตัวอย่างของ Flickr ที่ได้จัดทำขึ้น คือ

นอกจาก photo sharing ด้วยโปรแกรม Flickr แล้ว ยังมี web 2.0 สำหรับสื่อแบบอื่นๆ ให้เลือกใช้ประกอบการเขียนบล็อกอีกมากมาย เช่น SlideShare สำหรับ slide presentation VideoShare สำหรับวีดิโอคลิป เป็นต้น

วิกิ (Wiki)

โดยทั่วไป การเขียนข้อความที่เขียนบ่อย และสั้น ความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร จะใช้ Microblog แบบ Twitter หากเขียนข้อความยาวขึ้น มีการใส่ภาพ หรือสื่ออื่นๆ ประกอบ ช่วยกันเขียนหลายคน และเปิดให้ผู้อ่านเสนอความคิดเห็น (comments)ได้ จะใช้ Blog แบบWordpress แต่ถ้าเขียนเป็นบทความ โดยเฉพาะในเชิงวิชาการ ทางห้องสมุดจะหันมาใช้การเขียนด้วย Wiki แบบ Dokuwiki ซึ่งช่วยกันเขียนและช่วยกันแก้ไขได้หลายคน มีลักษณะเป็นคลังความรู้ (Knowledge Asset) เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และสะสมข้อมูลไว้ภายใน server ของหน่วยงานอีกรูปแบบหนึ่ง

วิกิที่ทางห้องสมุดจัดทำขึ้น มี 2 แห่ง คือ

วิกิ ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุขhttp://stang.sc.mahidol.ac.th/wiki(เริ่ม 20 ธันวาคม 2551)
กรีนไฮเปอร์มาร์ท : วิกิ วิทยาศาสตร์ (Thai Sciencepedia)http://www.sc.mahidol.ac.th/wiki{เริ่ม 23 เมษายน 2552)


Share & Bookmarks

ในขณะเขียนบล็อก อาจมีการแบ่งปันความรู้ หรือแบ่งปันรายชื่อเว็บไซต์ที่ตนเองสนใจ ให้แก่ผู้อื่นด้วย โดยการ save รายชื่อเว็บไซต์ และ bookmark เก็บเอาไว้ พร้อมทั้งใส่ Tags หรือ Keywords ตามต้องการ โปรแกรมประเภท Social Bookmarking ที่ใช้ และเป็น widget ที่สามารถเชื่อมต่อกับ wordpress blog ได้ คือ Delicious.com (ชื่อเดิม Del.icio.us) ซึ่งห้องสมุดนำไปประยุกต์ใช้ในการแนะนำเว็บไซต์ต่างๆ ที่น่าสนใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

ตัวอย่างเช่น

นอกจากนั้น หากต้องการให้ผู้อื่นทำการ Bookmark เว็บบล็อกของเราบ้าง สามารถทำได้โดยเพิ่ม widget สำหรับเรียกใช้โปรแกรม Addthis เพื่อให้ได้ icon สำหรับคลิกบนเว็บบล็อก ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

RSS Feed

RSS (Really Simple Syndication) คือรูปแบบไฟล์ของภาษา XML ใช้สำหรับแบ่งปันข้อมูลข่าวสารระหว่างเว็บด้วยกัน หรือสำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ (ที่มีบริการ RSS) ให้มาแสดงผลบนเว็บของเรา โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเว็บไซต์นั้นบ่อยๆ สำหรับในวงการห้องสมุด RSS ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ได้แก่ การ feed ผลการสืบค้นจากฐานข้อมูล Scopus มาแสดงไว้บนเว็บของห้องสมุด โดยใช้ Scopus HTML Feed

สำหรับ web 2.0 เช่น Blog หรือ Twitter มักจะมีปุ่ม RSS สำหรับบริการ feed หัวข้อข่าวใหม่ให้โดยอัตโนมัติ เช่น feed ข้อความที่เจ้าของบล็อกเขียนขึ้นใหม่ หรือข้อความที่มีผู้แสดงความคิดเห็น (comments)ล่าสุด เป็นต้น ผู้ใช้บริการสามารถติดตามอ่านได้หลายวิธี ได้แก่ การใช้ web browser ที่รองรับการอ่าน RSS เช่น Mozilla Firefox และ Internet Explorer (version 7) การใช้ Web-Based Reader เช่น My MSN, My Yahoo และ Google หรือการตั้งโปรแกรมประเภท RSS Reader ชนิดต่างๆ เพื่อดึงข่าวจาก Blog หรือเว็บไซต์ที่มีบริการ RSS ลงมาไว้ในเครื่องของเรา

Facebook

http://www.facebook.com เป็น social networking ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมมากและมีจำนวนสมาชิกมากมายจากทั่วโลก ใครที่เป็นสมัครเป็นสมาชิกของ Facebook อยู่แล้ว จะสามารถใช้ widget ในการเชื่อมต่อระหว่าง Facebook กับ Twitter และเชื่อมต่อระหว่าง Twitter กับ Wordpress Blog ได้

ข้อความสั้นๆที่เขียนใน Twitter จะมาปรากฎพร้อมๆ กันบน Wordpress Blog และ Facebook ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อประหยัดเวลา และอำนวยความสะดวกต่อการทำงานในลักษณะของ Web 2.0 หรือชุมชนออนไลน์

บทส่งท้าย

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี web 2.0 กับงานของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข อาจกล่าวได้ว่า เพิ่งจะเริ่มต้นเพียงประมาณ 2 ปี และได้เลือกใช้เทคโนโลยี web 2.0 เฉพาะที่เหมาะสมกับบริบทของงานสารสนเทศและงานห้องสมุด รวมทั้งความพร้อมและทักษะในการเขียนของบุคลากร และบรรยากาศภายในชุมชนคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเท่านั้น ในประเทศไทย มีการใช้ web 2.0 กับงานห้องสมุดกันอย่างกว้างขวางไม่แพ้ต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการฟรีและช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างมากมาย ดังนั้น ในอนาคต หากมีความร่วมมือและสร้างเครือข่ายแบบ social networking ในวงการห้องสมุดของประเทศไทย และเชื่อมโยงกับห้องสมุดต่างประเทศ โดยใช้เทคโนโลยี web 2.0 ให้มากกว่านี้ น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพของวงการห้องสมุดไทย ให้สามารถเป็นที่พึ่งของสังคม ในเรื่องข้อมูล สารสนเทศ และองค์ความรู้ โดยใช้เทคโนโลยีดังที่กล่าวมานี้ได้เป็นอย่างดี

บรรณานุกรม

  1. Top 100 Librarian Tweeters [Internet]. [cited 2009 June 30]; Available from: http://www.bestcollegesonline.com/blog/2009/03/26/top-100-librarian-tweeters
  2. The Top Fifty Librarian Blogs [Internet]. [cited 2009 June 30]; Available from: http://www.getdegrees.com/articles/career-resources/the-top-fifty-librarian-blogs/
  3. Top 25 Librarian Bloggers(By the Numbers) [Internet]. [cited 2009 June 30]; Available from: http://oedb.org/library/features/top-25-librarian-bloggers-by-the-numbers

Download slides ประกอบการบรรยาย
http://stang.sc.mahidol.ac.th/ppt/3July52.ppt


Personal Tools