สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง : พิพิธภัณฑ์สตางค์ มงคลสุข (Stang Mongkolsuk Museum)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จแม่ เป็นที่แซ่ซ้อง


พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา ๔ พระองค์ ดังนี้

  • ๑. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (พระนามเดิม: สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติเมื่อ วันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๔
  • ๒. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕
  • ๓. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๘
  • ๔. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประสูติ เมื่อ วันที่ ๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการเลี้ยงดูพระราชโอรสและพระราชธิดาด้วยพระองค์เองอย่างใกล้ชิด เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่แต่ละพระองค์ยังทรงพระเยาว์ ทรงเป็น “สมเด็จแม่แห่งชาติ” ซึ่งเป็นแบบอย่างที่สตรีไทยพึงยึดถือปฏิบัติในการเลี้ยงดูพระราชโอรสและพระราชธิดาด้วยพระกษีรธาราแก่ทุก ๆ พระองค์ ทรงอบรมดูแลในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย กิริยามารยาท การตระหนักในหน้าที่ของตน จนพระราชโอรสและพระราชธิดาเจริญพระชนม์เติบใหญ่ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจและพระราชกิจนานัปการ ทรงเป็นเจ้านายที่ปวงชนชื่นชมในพระปรีชาและพระราชจริยวัตรที่งดงาม พระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญในฐานะพระอัครมเหสีและพระราชชนนีของพระราชโอสและพระราชธิดา แสดงให้เห็นเด่นชัดถึงการบำเพ็ญเพียรตามหลักพระพุทธศาสนาในพระมงคลกถา “ภริยา ปรมา สขา” หมายถึง ภรรยา นับว่าเป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิด ร่วมทุกร่วมสุขของสามี ควรได้รับการบำรุงอันดี มีความนับถือยกย่อง

สถาปนาพระอิสริยยศ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศตามลำดับ ดังนี้

    ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓
  • เนื่องในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็น “สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์” พระอัครมเหสี พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ในการนี้ด้วย
    ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
  • เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเฉลิมพระยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี”
    ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙
  • เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขณะที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระผนวชระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม - ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชา สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเป็นการเชิดชูพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” มีความหมายว่า พระบรมราชินี ผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน ซึ่งเป็นการสถาปนาพระบรมราชินีพระองค์ที่สองแห่งราชวงศ์จักรี นับจากสมเด็จพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    ครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
  • พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระราชจริยวัตรงดงาม สมนามคู่พระบารมี

“...การที่ข้าพเจ้ามีกำลังใจกำลังกายปฏิบัติหน้าที่รับใช้บ้านเมือง ก็ด้วยนึกถึงคำของพ่อที่สั่งสอนไว้แต่เด็ก และเมื่อแต่งงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงสอนตลอดมาว่า แผ่นดินนี้มีบุญคุณแก่ชีวิตพวกเรามากมายนัก เพราะฉะนั้น ชีวิตที่เกิดมาอย่าให้ว่างเปล่า จงคอยตอบแทนให้รู้สึกเสมอว่า เป็นหนี้บุญคุณแผ่นดิน...”

จากพระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ อันเนื่องมาจากการที่องค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ได้ถวายพระเกียรติโดยนำพระฉายาลักษณ์ไปสลักไว้บนด้านหน้าของเหรียญเซเรส เป็นที่ประจักษ์ชัดในพระราชจริยวัตรของพระองค์ผู้ทรงเป็น พระราชินีคู่พระบารมีแห่งสยาม

ตลอดระยะเวลาที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นคู่พระบารมี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ได้ทรงจรรโลงค่านิยมและคุณธรรมที่ดีงามของไทย ซึ่งปรากฏชัดเจนทั้งจากพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ จากพระราชดำรัสในโอกาสต่าง ๆ และจากพระราชจริยวัตรอันงดงาม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงเคารพในศาสนาอื่น ๆ ทรงพระเมตตาโอบอ้อมอารีช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ที่ทุกข์ยาก ทรงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อวิถีชีวิต ทรงอดทนอดกลั้นต่อความยากลำบากทั้งปวง ทรงเป็นแบบอย่างของกุลสตรีไทยที่น่าภาคภูมิใจ ทรงดำรงพระองค์เหมาะสมตามแบบอย่างวัฒนธรรมไทยที่ดีงามทุกประการ สมควรที่ชาวไทยทุกหมู่เหล่าควรดำเนินชีวิตในครรลองของวัฒนธรรมไทยตามรอยพระยุคลบาท และด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมี พระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่ง ล้วนประทับในดวงใจของประชาชนชาวไทยตลอดกาล