ชุดไทยพระราชนิยม
![]()
ชุดประจำชาติสำหรับสตรีไทย
ชุดไทยพระราชนิยมเป็นที่นิยมในหมู่สตรีไทยและสังคมไทยทั่วไป ทั้งยังได้เผยแพร่ชื่อเสียง ความงดงามด้วยศิลปะไปยังนานาประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่บรรดาสตรีไทยที่ได้พระราชทานแนวพระราชนิยมเป็นแบบแผนการแต่งกายประจำชาติสำหรับสตรี โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของสตรีไทยในสมัยต่าง ๆ ตั้งแต่กรุงสุโขทัย กรุงศรีรอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์ นำมาดัดแปลง ปรับปรุงให้เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน เกิดเป็นชุดประจำชาติของสตรีที่เรียกว่า “ชุดไทยพระราชนิยม” ซึ่งชื่อของชุดไทยพระราชนิยมล้วนเป็นเชื่อเกี่ยวกับพระที่นั่งหรือพระตำหนักซึ่งมีความสอดคล้องกับโอกาสและความเหมาะสม

๑. ชุดไทยเรือนต้น : ตั้งชื่อตาม พระตำหนักเรือนต้น ในพระราชวังดุสิต สำหรับการใช้ลำลอง ไม่เป็นพิธีและต้องการความสบาย ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ลักษณะเป็นผ้าซิ่นป้ายยาวจรดข้อเท้า เสื้อคอกลมแขนสามส่วน ผ่าอก ดุมห้าเม็ด ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้น ใช้ได้หลายโอกาส เช่น งานบุญ งานมงคล
๒. ชุดไทยจิตรลดา : ตั้งชื่อตาม พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ใช้ในพิธีกลางวัน ลักษณะคล้ายชุดไทยเรือนต้น ต่างที่คอเสื้อมีขอบตั้ง แขนยาวจรดข้อมือ ผ้าซิ่นป้าย เป็นผ้าไหมมีเชิงยกดอกทั้งผืน ใช้เครื่องประดับตามสมควร
๓. ชุดไทยอมรินทร์ : ตั้งชื่อตาม พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานกลางคืน ลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา แต่ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว
๔. ชุดไทยบรมพิมาน : ตั้งชื่อตาม พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและพิธีกลางคืน ตัวเสื้อแขนยาว คอกลมมีขอบตั้ง ซิ่นจีบหน้านาง ตัดเย็บด้วยผ้าไหมที่มีทองแหมหรือยกทองทั้งตัว ตัวเสื้อและซิ่นอาจเย็บติดเป็นชุดเดียวกัน คาดด้วยเข็มขัดแบบไทย
๕. ชุดไทยจักรี : ตั้งชื่อตาม พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่ข้างหนึ่ง มีสไบสำเร็จ จะปักหรือไม่ปักก็ได้ ตัดเย็บติดกับท่อนล่างซึ่งเป็นผ้าซิ่นจีบหน้านาง เป็นผ้าไหมยกทองทั้งตัวหรือยกเฉพาะเชิง คาดทับด้วยเข็มขัดแบบไทย
๖. ชุดไทยดุสิต : ตั้งชื่อตาม พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศตอนกลางคืน ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมหรือยกทอง ผ้าซิ่นจีบหน้านาง เสื้อคอกลมกว้างไม่มีแขน ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด คาดทับด้วยเข็มขัดแบบไทย
๗. ชุดไทยศิวาลัย : ตั้งชื่อตาม สวนศิวาลัย ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีทั้งกลางวันและกลางคืน มีลักษณะเหมือนชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับเสื้ออีกชั้นหนึ่ง ใช้ในงานพระราชพิธีหรืองานพิธีเต็มยศ
๘. ชุดไทยจักรพรรดิ : ตั้งชื่อตาม พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีเต็มยศตอนกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่ข้างหนึ่ง ห่มผ้าสองชั้น ชั้นในมักเป็นสไบจีบและห่มสะพักทับ ผ้าซิ่นยกทองจีบหน้านาง ลักษณะเหมือนชุดไทยจักรี คาดเข็มขัดและตกแต่งด้วยเครื่องประดับที่สวยงาม
ผ้าไหมไทย ตรานกยูงพระราชทาน
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงเห็นว่าชาวไทยและชาวต่างประเทศหันมานิยมศิลปหัตถกรรมกันมากขึ้น โดยเฉพาะผ้าที่ทอด้วยมือ หากอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมเหล่านี้ไว้จะช่วยรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติให้ยาวนานสืบไป จึงทรงทุ่มเทพระวิริยอุตสาหะพลิกฟื้นผ้าไหมไทยให้มีคุณภาพ งดงาม เป็นที่นิยม ตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งทรงเป็นแบบอย่างด้วยการทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงได้รับพระราชสมัยยาว่า “พระมารดาแห่งไหมไทย” จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญโบโรพุทโธทองคำ จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในฐานะที่ทรงส่งเสริมและสร้างสรรค์ศิลปะ โดยเฉพาะหัตถกรรมสิ่งทอ และรางวัลหลุยส์ ปาสเตอร์ ประกาศพระเกียรติคุณที่ทรงมีต่อหม่อนไหมโลก จากคณะกรรมาธิการหม่อนไหมสากล พระเกียรติคุณดังกล่าวเป็นประจักษ์พยานสำคัญของพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผ้าไหมไทยอย่างยิ่ง
พุทธศักราช ๒๕๕๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญลักษณ์นกยูงไทย ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ๔ ประเภท เพื่อให้มีการใช้เครื่องหมายรับรองอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เป็นการแก้ไขปัญหาด้านมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยและการแอบอ้างคำว่า “ไหมไทย” (Thai Silk) ไปใช้เพื่อการค้า อีกทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยเครื่องหมายรับรองตรานกยูงพระราชทานที่มอบให้ผู้ผลิตนั้นจะเน้นที่คุณภาพของวัตถุดิบและกรรมวิธีการผลิต




๑. ตรานกยูงพระราชทานสีทอง (Royal Thai Silk) : เป็นผ้าไหมที่ผลิตโดยใช้ไหม วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยอย่างแท้จริง
๒. ตรานกยูงพระราชทานสีเงิน (Classic Thai Silk) : เป็นผ้าไหมที่ผลิตโดยยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านผสานการประยุกต์ใช้เครื่องมือและกระบวนการผลิตในบางขั้นตอน
๓. ตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน (Thai Silk) : เป็นผ้าไหมที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาของไทยแบบประยุกต์ ใช้เทคโนโลยีการผลิตเข้ากับสมัยนิยมและเชิงธุรกิจ
๔. ตรานกยูงพระราชทานสีเขียว (Thai Silk Blend) : เป็นผ้าไหมที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ผสมผสานกับภูมิปัญญาไทยด้านลวดลายและสีสันระหว่างเส้นใยไหมแท้กับเส้นใยอื่นที่มาจากธรรมชาติ หรือเส้นใยสังเคราะห์รูปแบบต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน