สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง : พิพิธภัณฑ์สตางค์ มงคลสุข (Stang Mongkolsuk Museum)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พรรณไม้มหาราชินี

ด้วยพระราชหฤทัยอันงดงามในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แสดงเห็นถึงพระราชกรณียกิจ และโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริด้วยความชื่นชมในพระเกียรติคุณ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงมีการกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” ไปตั้งเป็นชื่อพรรณไม้

พรรณไม้ในพระนามาภิไธย

แคทลียาควีนสิริกิติ์ (Cattleya ‘Queen Sirikit’) : เป็นกล้วยไม้ลูกผสมซึ่งบริษัท Black & Flory Ltd. ประเทศอังกฤษ ผสมพันธุ์จนสำเร็จเมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๑ ได้กล้วยไม้แคทลียาที่มีทรงต้นกระทัดรัด ดอกสีขาวมีแต้มสีเหลืองทอง ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากราชสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศอังกฤษ (Royal Horticultural Society) บริษัทจึงขอพระราชทานามกล้วยไม้พันธุ์นี้ว่า Queen Sirikit

ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ (Mussaenda philippica 'Queen Sirikit') : เป็นกล้วยไม้ลูกผสมซึ่งมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ ได้ผสมขึ้นและขอพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธย 'ควีนสิริกิติ์' เป็นชื่อดอนญ่าพันธุ์ใหม่นี้ เมื่อครั้งที่เสด็จฯ เยือนประเทศฟิลิปปินส์ พุทธศักราช ๒๕๐๖

กุหลาบควีนสิริกิติ์ (Rosa 'Queen Sirikit') : เป็นกุหลาบพันธุ์ผสม ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดกุหลาบที่กรุง Belfast ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๓ นาย Andre' Hendricx ชาวเบลเยี่ยม ผู้อำนวยการเรือนกุหลาบ "Grandes Roseraiea Du Val De Loire" ประเทศฝรั่งเศส ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธยเป็นชื่อของกุหลาบพันธุ์นี้

โมกราชินี (Wrightia sirikitiae Mid. & Santisuk) : เป็นพรรณไม้หายาก พบเฉพาะในประเทศไทยบริเวณเขาหินปูน กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี และสระแก้ว

มหาพรหมราชินี (Mitrephora siriketiae Weerasooriya, Chalermglin & M.K.R.Saunders) : เป็นพรรณไม้หายากและเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ ถูกเก็บตัวอย่างไว้ที่หอพรรณไม้สำคัญของโลก ๕ แห่ง คือ หอพรรณไม้มหาวิทยาลัยออฮุส และหอรรณไม้มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก หอพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์คิว ประเทศอังกฤษ หอพรรณไม้ไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ และหอพรรณไม้มหาวิทยาลัยฮ่องกง ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

บัวศรีกิติยา (Nymphaea “Srikittiya”) : เป็นบัวสายลูกผสมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ลักษณะดอกมีขนาดใหญ่ สีแดงแกมชมพูเข้ม นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ตั้งชื่อบัว 'ศรีกิติยา' ตามพระมงคลนามสิริกิติ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๗ พรรษา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๒

บัวควีนสิริกิติ์ (Nymphaea ‘Queen Sirikit’) : เป็นบัวลูกผสมระหว่างบัวนางกวักดอกสีฟ้า กับบัวพันธุ์เพอรี่โอปอลดอกสีชมพู สมาคมพฤกษศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ขอพระราชทานพระนามาภิไธย เป็นชื่อบัวพันธุ์ใหม่นี้ ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ จึงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานชื่อ 'บัวควีนสิริกิติ์' เพื่อความเป็นสิริมงคล

พรรณไม้พระราชทานนาม

ดุสิตา (Utricularia delphinioides Thorel ex Pellegr.) : เป็นพืชกินแมลงล้มลุกขนาดเล็ก เป็นช่อตั้งแทงขึ้นจากโคนต้น สูง ๕-๒๕ เซนติเมตร แต่ละช่อมี ๓-๕ ดอก สีม่วงเข้มอมน้ำเงิน ขนาด ๐.๖-๑ เซนติเมตร ออกเรียงสลับ มีกลิ่นหอม พบที่ประเทศอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

สร้อยสุวรรณา (Utricularia bifida L.) : เป็นไม้ล้มลุก กินแมลง ขึ้นเป็นกอเล็ก ๆ สูง ๑๐-๑๕ ซม. อายุปีเดียว มีอวัยวะจับแมลงเกิดตามข้อของไหลหรือบนใบรูปกลมขนาดเล็ก มีก้านชูสั้นๆ ดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อ ผลเป็นผลแห้งชนิดแตกเมื่อแก่ พบในอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินโดนีเซีย ในประเทศไทยพบตามพื้นที่โล่งและชุ่มชื้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ทิพเกสร (Utricularia minutissima Vahl) : พืชกินแมลง สูง ๑๐-๓๐ ซม. ลำต้นเล็กมากอยู่ใต้ดิน ใบ เดี่ยว และมีใบที่เปลี่ยนเป็นถุงสำหรับดักจับแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร ดอก สีม่วงอ่อนแกมชมพู ออกเป็นช่อตั้งสูงประมาณ ๕-๒๐ ซม. พบที่ประเทศอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

มณีเทวา (Eriocaulon smitinandii Moldenke) : ไม้ล้มลุกลักษณะคล้ายหญ้า พบตามที่ชุ่มชื้นในที่โล่งหรือที่น้ำขัง ลักษณะเป็นกอ ใบเดี่ยวเรียวแหลม เรียงเวียนเป็นวงที่โคน ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ลักษณะเป็นก้อนกลมมขนาดเล็กสีขาว ประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กอัดแน่น ผลเป็นผลแห้ง เมล็ดขนาดเล็กสีเหลือง เรียกอีกชื่อว่า กระดุมเงิน หญ้าหัวหงอก หญ้าตุ้มหู

สรัสจันทร (Burmannia coelestis D.Don) : พืชล้มลุก อายุฤดูเดียว ขนาดเล็ก สูง ๒๕-๓๐ เซนติเมตร ลำต้นเล็กเรียว เป็นแกนบอบบาง ใบเดี่ยว เรียงสลับกระจุกที่โคนต้นแบบกุหลาบซ้อน ดอกช่อแบบช่อกระจุกหรือช่อกระจะ กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง และสีม่วงอ่อนเกือบขาวจนถึงสีม่วงเข้ม ดอกย่อย ๒-๖ ดอก ออกที่ปลายยอด พบบริเวณป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้าเปิด ชายป่าโปร่ง พื้นที่ชุ่มน้ำ ออกดอกช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม จัดเป็นพืชหายาก

นิมมานรดี (Eria amica Rchb.f) : กล้วยไม้อิงอาศัย ดอกออกเป็นช่อ ยาว ๑๒-๑๕ ซม. ก้านดอกมีขนนุ่มสีขาว กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาว มีขีดตามยาวสีแดงเข้ม กลีบปากสีขาวที่ปลายมีสีเหลืองเข้มและมีแต้มสีแดงเข้มที่โคนกลีบ ดอกบานเต็มที่กว้าง ๑-๑.๕ ซม. นิมมานรดี เป็นชื่อพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพรรณไม้ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๓๔